วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผ่านมาแล้ว หลายฝน ปนหนาว

พวกผู้บ่าว แวะไป ใฝ่หา
1
ปี, 2 ปี, 3 ปี, 4 ปี ผ่านมา
พร้อมวิทยายุทธ์ สู่กาย กลับคืน

ป่านนี้ พิกุล คงร่วงหล่น
ไม่มีคน คอยเก็บ คอยคุย
คงปล่อยให้ เปลี่ยนไป เป็นปุ๋ย
ที่รอขุดคุ้ย ขึ้นมา

โชยชมคิดถึง สกุณปักษี ที่รัก
ให้ข้าประจักษ์ ศึกษา
ความรู้ลูกศิษย์ ขอบคุณ

ท่านคุณครูชีวิตนี้ ข้าอยู่ ขอไม่ลืม.......

1 ความคิดเห็น:

  1. ที่สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสกุณปักษี ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านว่า มีการจัดทำป้ายวัดขนาดใหญ่ ประชาชนที่ผ่านไปมาตามถนนเลียบคันคลองชลประทานพบป้ายชื่อวัดสูงกว่า 3 เมตร ยาวกว่า 50 เมตร มีพื้นสีเขียวตัวอักษรเป็นตัวสีทองเหลืองอร่าม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่พบเห็นจนมีคนล่ำลือกันมานาน

    เมื่อเดินทางถึงวัดดังกล่าวผู้สื่อข่าวเข้าสอบถามพระครูสุวรรณวชิรธรรม หรือพระมหาวิเชียร เตชธมโม เจ้าอาวาสวัดสกุณปักษี ที่เป็นเจ้าอาวาสมาแล้ว 29 ปี เปิดเผยว่า จากที่มีแนวคิดเรื่องที่ต้องการจัดทำป้ายวัดและโรงเรียนอยู่บ่อยๆ เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในแต่ละปี จนเกิดความคิดให้บุคลากรที่มีอยู่ในวัดคือพระภิกษุ สามเณร ช่วยกันสร้างป้ายโดยออกแบบให้ใหญ่กว่าป้ายปกติ เมื่อญาติโยมเห็นจะได้รู้จักว่าวัดนี้คือวัดอะไร ทำไรบ้าง มีโรงเรียนอยู่กี่แห่งและหาง่ายชัดเจน

    เจ้าอาวาสเผยต่อไปว่า สำหรับป้ายดังกล่าวเป็นป้ายชื่อรวมทั้ง 5 ชื่อ คือป้ายวัดสกุณปักษี โรงเรียนโพธิสังวรวิทยา ศูนย์ฝึกอบรมเด็กก่อนเกณฑ์ โรงเรียนเอกชนการกุศลวัดสกุณปักษี และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าข้าม ในป้ายจะใส่เลขที่ 287/1 หมู่ที่ 1 ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72230 โทร 035–423027 01-8058076 อย่างชัดเจนเพื่อติดต่อสื่อสารอย่างสะดวกรวดเร็ว

    พระครูสุวรรณวชิรธรรม เปิดเผยต่อว่า ป้ายดังกล่าวจัดสร้างเมื่อปี 2545 ใช้ทุน 18,000 บาท มีการหล่อตัวอักษร ก่ออิฐ แรงงานใช้พระภิกษุ-สามเณรในวัดร่วมกันหล่อสร้างขึ้น ตัวอักษรใส่พุกเหล็กเพื่อป้องกันการแตกการหลุดอย่างดี ทาสีพื้นเป็นสีเขียวสด ตัวอักษรเป็นสีทองเหลืองอร่ามให้ตัดกับสีเขียว ผู้ที่เดินทางผ่านไปมาได้เห็นจึงเกิดสะดุดตา ตัวอักษรมีความสูง 1 เมตร ความสูงของป้ายจำนวน 3 เมตร ยาว 50 เมตร ใช้พื้นหลังเป็นกำแพงไปในตัว การจัดสร้างจนแล้วเสร็จกินเวลาไปประมาณ 6 เดือน หลังจากทำเสร็จมีความคงทนมาก เมื่อคิดเปรียบเทียบกับป้ายเก่าประหยัดงบประมาณการทำป้ายที่ต้องจ้างวานเขียนทุกปีเป็นเงินหลายหมื่นบาท

    ด้านนายมงคล พันธ์แตง อายุ 42 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่า เห็นป้ายดังกล่าวแล้วรู้สึกประทับใจว่าเป็นป้ายวัดที่ใหญ่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร ใครขับรถผ่านมาก็ต้องมองว่าเป็นการแนะนำวัดอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้คนรู้จักแพร่หลาย และวัดอื่นๆ ที่ห่างไกล ไม่มีคนรู้จักน่าจะหาจุดเด่นให้วัดบ้างเพื่อคนจะได้รู้จัก เมื่อก่อนมีคนเดินทางมาหาวัดสกุณปักษีต้องสอบถามทางกันอยู่บ่อยๆ แต่ปัจจุบันนี้เห็นป้ายก็เลี้ยวรถเข้าไปเลย แทบจะไม่มีใครถามอีก ส่วนชื่อวัดก็เขียนถูกมากขึ้น เพราะป้ายวัดตั้งตระหง่านเด่นจนเป็นที่รู้จักกันทั่ว

    ที่มาจากหนังสือพิมพ์

    โดย : BBug
    อีเมล์ :
    วันที่ : 2006-01-21 09:25:06

    ตอบลบ