ผ่านมาแล้ว หลายฝน ปนหนาว
พวกผู้บ่าว แวะไป ใฝ่หา
1 ปี, 2 ปี, 3 ปี, 4 ปี ผ่านมา
พร้อมวิทยายุทธ์ สู่กาย กลับคืน
ป่านนี้ พิกุล คงร่วงหล่น
ไม่มีคน คอยเก็บ คอยคุย
คงปล่อยให้ เปลี่ยนไป เป็นปุ๋ย
ที่รอขุดคุ้ย ขึ้นมา
โชยชมคิดถึง สกุณปักษี ที่รัก
ให้ข้าประจักษ์ ศึกษา
ความรู้ลูกศิษย์ ขอบคุณ
ท่านคุณครูชีวิตนี้ ข้าอยู่ ขอไม่ลืม.......
ที่สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสกุณปักษี ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านว่า มีการจัดทำป้ายวัดขนาดใหญ่ ประชาชนที่ผ่านไปมาตามถนนเลียบคันคลองชลประทานพบป้ายชื่อวัดสูงกว่า 3 เมตร ยาวกว่า 50 เมตร มีพื้นสีเขียวตัวอักษรเป็นตัวสีทองเหลืองอร่าม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่พบเห็นจนมีคนล่ำลือกันมานาน
ตอบลบเมื่อเดินทางถึงวัดดังกล่าวผู้สื่อข่าวเข้าสอบถามพระครูสุวรรณวชิรธรรม หรือพระมหาวิเชียร เตชธมโม เจ้าอาวาสวัดสกุณปักษี ที่เป็นเจ้าอาวาสมาแล้ว 29 ปี เปิดเผยว่า จากที่มีแนวคิดเรื่องที่ต้องการจัดทำป้ายวัดและโรงเรียนอยู่บ่อยๆ เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในแต่ละปี จนเกิดความคิดให้บุคลากรที่มีอยู่ในวัดคือพระภิกษุ สามเณร ช่วยกันสร้างป้ายโดยออกแบบให้ใหญ่กว่าป้ายปกติ เมื่อญาติโยมเห็นจะได้รู้จักว่าวัดนี้คือวัดอะไร ทำไรบ้าง มีโรงเรียนอยู่กี่แห่งและหาง่ายชัดเจน
เจ้าอาวาสเผยต่อไปว่า สำหรับป้ายดังกล่าวเป็นป้ายชื่อรวมทั้ง 5 ชื่อ คือป้ายวัดสกุณปักษี โรงเรียนโพธิสังวรวิทยา ศูนย์ฝึกอบรมเด็กก่อนเกณฑ์ โรงเรียนเอกชนการกุศลวัดสกุณปักษี และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าข้าม ในป้ายจะใส่เลขที่ 287/1 หมู่ที่ 1 ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72230 โทร 035–423027 01-8058076 อย่างชัดเจนเพื่อติดต่อสื่อสารอย่างสะดวกรวดเร็ว
พระครูสุวรรณวชิรธรรม เปิดเผยต่อว่า ป้ายดังกล่าวจัดสร้างเมื่อปี 2545 ใช้ทุน 18,000 บาท มีการหล่อตัวอักษร ก่ออิฐ แรงงานใช้พระภิกษุ-สามเณรในวัดร่วมกันหล่อสร้างขึ้น ตัวอักษรใส่พุกเหล็กเพื่อป้องกันการแตกการหลุดอย่างดี ทาสีพื้นเป็นสีเขียวสด ตัวอักษรเป็นสีทองเหลืองอร่ามให้ตัดกับสีเขียว ผู้ที่เดินทางผ่านไปมาได้เห็นจึงเกิดสะดุดตา ตัวอักษรมีความสูง 1 เมตร ความสูงของป้ายจำนวน 3 เมตร ยาว 50 เมตร ใช้พื้นหลังเป็นกำแพงไปในตัว การจัดสร้างจนแล้วเสร็จกินเวลาไปประมาณ 6 เดือน หลังจากทำเสร็จมีความคงทนมาก เมื่อคิดเปรียบเทียบกับป้ายเก่าประหยัดงบประมาณการทำป้ายที่ต้องจ้างวานเขียนทุกปีเป็นเงินหลายหมื่นบาท
ด้านนายมงคล พันธ์แตง อายุ 42 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่า เห็นป้ายดังกล่าวแล้วรู้สึกประทับใจว่าเป็นป้ายวัดที่ใหญ่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร ใครขับรถผ่านมาก็ต้องมองว่าเป็นการแนะนำวัดอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้คนรู้จักแพร่หลาย และวัดอื่นๆ ที่ห่างไกล ไม่มีคนรู้จักน่าจะหาจุดเด่นให้วัดบ้างเพื่อคนจะได้รู้จัก เมื่อก่อนมีคนเดินทางมาหาวัดสกุณปักษีต้องสอบถามทางกันอยู่บ่อยๆ แต่ปัจจุบันนี้เห็นป้ายก็เลี้ยวรถเข้าไปเลย แทบจะไม่มีใครถามอีก ส่วนชื่อวัดก็เขียนถูกมากขึ้น เพราะป้ายวัดตั้งตระหง่านเด่นจนเป็นที่รู้จักกันทั่ว
ที่มาจากหนังสือพิมพ์
โดย : BBug
อีเมล์ :
วันที่ : 2006-01-21 09:25:06