วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรนัลโด้ โดนสกัดล้มในเขตโทษ แล้วลุกขึ้นมาตะบันจุดโทษ เข้าไปเป็นประตูชัยชนะส่วน เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ โชว์หนึบเซฟโทษพาแมนเชสเตอร์รักษาสกอร์ไว้ได้ พร้อมกับทำแต้มทิ้งเชลซีเป็น 8 แต้มหากวันอาทิตย์สิงห์บลูส์เอาชนะปืนโตไม่ได้ผีซิวแชมป์ทันที

เอซี มิลาน 3-0 แมนเชสเตอร์ (นัดที่สอง)

รูนีย์พยายามอย่างเต็มที่ แต่พอได้บอลทีไรต้องมีนักเตะมิลานเข้าถึงตลอด นักเตะมิลานก็วิ่งกันจริง ๆ
บางครั้งทำอะไรไม่ได้ถนัด ก็เซ็งเหมือนกัน
เนสต้า-รูนีย์
กาก้า-สโคลล์
รูนีย์จักรยานกลางอากาศแต่โดนเบียดนิดหนึ่ง พลาดเป้าไป
บ่อยครั้งในเกมนี้ ที่เขาโดนทำฟาวล์ และลุกขึ้นมาฟรีคิก แต่โดนกำแพงซะส่วนใหญ่
กิกส์ก็พยายาม แต่ก็ดูเหมือนยังไม่ได้สร้างสรรค์เกมเท่าไหร่
จังหวะโดนสวนกลับ และเสียประตู หลังจากที่โหมบุกจะตีไข่แตกบ้าง
มีเพียงสโคลล์ที่ดูเล่นได้มาตรฐานกว่าเพื่อนหน่อยในเกมนี้
ขณะที่วิดิชซึ่งหายจากบาดเจ็บกลับมา หวังว่าหลังจะดีขึ้น แต่เขาก็พลาดหลายจังหวะเหมือนกัน
ดูจะช้าไปนิดหนึ่ง
3 ครั้งกับภาพแบบนี้ในนัดนี้
โรนัลโด้ได้บอลแต่ก็ทำอะไรไม่ถนัด เพราะนักเตะมิลานเข้าถึงตลอด ลีลาการลากเลื้อยจึงไม่ค่อยมี การเข้าไปยิงหรือผ่านจากด้านข้างเข้าไปจึงมีน้อยมาก
เมื่อโดนเข้าถึงตลอดอย่างนี้ จึงไม่มีโอกาสยิงประตู
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งพรีเมียร์ลีก เล่นได้ไม่ค่อยดี ทีมมิลานก็วางแผนมาดีเข้าประกบตลอด

เข้าสกัดเจ้าดำตอนท้ายเกม
ก็เลยเสียฟาวล์
ได้ใบเหลืองไป

เซ็งไปตาม ๆ กัน
คาร์ริคเล่นได้ดีในนัดนี้ แต่ไม่มีโอกาสยิงเลย
จบเกม...บรรยากาศต่างจากสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แมนเชสเตอร์

ฤดูกาลหน้าค่อยแก้ตัวกันใหม่

ถ้าหากไม่เปิดเกมรุก แต่เล่นอย่างอดทน ใจเย็น ตั้งรับเอาเสมอดีกว่า คิดว่าน่าจะได้ดีกว่านี้
แต่ก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้
ท่านเซอร์เดินก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้
ไปเป็นไร...ยังมีภารกิจใหญ่รออยู่อีก 2 ภารกิจที่ต้องแชมป์ให้ได้

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

แมนเชสเตอร์ 3-2 เอซี มิลาน (UCL)

แมนเชสเตอร์ไม่มีทั้งริโอ เฟอร์ดินานด์ และเนมานย่า วิดิช แต่ทั้งทีมเล่นกันได้อย่างลงตัว และเวย์น รูนี่ย์ ยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมีความหวังที่จะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป
โดยคริสเตียโน่ โรนัลโด้ โหม่งประตูแรกให้แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ดิด้า ก็ปัดบอลเข้าประตูไปในนาทีที่ 5 แต่ในนาทีที่ 21 เอซี มิลาน ก็ตีเสมอได้ โดยลูกยิงของกาก้า หลังจากนั้นมิลาน ก็ขึ้นนำในนาทีที่ 37 โดยลูกยิงของกาก้า อีกครั้ง แต่รูนี่ย์ ก็ตีเสมอได้ในนาทีที่ 59 และปิดท้ายด้วยลูกยิงจากระยะ 20 หลาของรูนี่ย์ อีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บช่วยให้แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะเอซี มิลาน ไปได้ 3 - 2



และจากการบุกอยู่ตลอดทำให้ในที่สุดแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อไรอัน กิ๊กส์ ได้เปิดบอลให้รูนี่ย์ และเขาก็ได้ยิง บอลผ่านดิด้า เข้าประตูไปตุงตาข่าย ทำให้เสียงเชียร์ใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดังกระหึ่มด้วยความดีใจอีกครั้ง













จบเกมแมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะเอซี มิลาน ไปได้ 3 - 2 และในวันพุธหน้าแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องไปเยือนมิลานที่ซาน ซิโร่ และเพียงแค่เสมอแมนฯ ยูไนเต็ด ก็เข้ารอบชิงชนะเลิศไปได้สบายๆ