ผี10 ตัวบุกเด็ดปีกหงส์1-0 โอเชียแสบซัดชัยทดเจ็บ
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับเข้าใกล้กับตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เมื่อบุกไปเด็ดปีก "หงส์แดง" แบบเจ็บแสบ 1-0 จอห์น โอเชีย สวมบทพระเอกให้กับเหล่า "เร้ด อาร์มี่"เมื่อถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ก่อนจะซัดผ่านมือ เรน่า เป็นประตูชัยในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนสำคัญ พร้อมกับฉีกหนีเชลซีไปเป็น 12 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 2 นัดเกมนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ "หงส์แดง" จัดทัพชุดใหญ่ลงสนาม โดยเลือก เดิร์ค เค้าท์ ลงเล่นเป็นกองหน้าคู่กับ เคร็ก เบลลามี่ แม้ ปีเตอร์ เคร้าช์ ศูนย์หน้าร่างโย่งจะเลื่อนการ ผ่าตัดจมูกออกไปเพื่อเกมนี้ แต่ก็เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง
ด้าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้ แกรี่ เนวิลล์ แบ็กขวากัปตันทีมกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง เช่นเดียวกับ เฮนริค ลาร์สสัน ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ชิพเป็นนัดสุดท้าย และ ไรอัน กิ๊กส์ ที่ รับใช้ทีมเป็นนัดที่ 700 ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นตัวสำรองในเกมเอฟเอ คัพกับเร้ดดิ้ง ก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงเช่นกัน
เริ่มเกมขึ้นมาทั้งสองทีมหาจังหวะเข้าทำกันไม่ถนัดนัก แต่เป็น ลิเวอร์พูล ที่ทักทายก่อนในนาทีที่ 12 จากจังหวะที่ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ พาบอลขึ้นมาถึงระยะ 30 หลา เห็นไม่มีใครเข้า ประกบ จึงสับไกด้วยเท้าซ้ายทันที บอลเหินข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้น
ถัดมานาทีเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด เอาคืนบ้าง เมื่อ ปาทริซ เอวร่า เติมเกมรุกขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนเปิดเรียดเข้ากลางผ่านการสกัดของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ไปเข้าทาง คริสเตียโน่ โรนัล โด้ ตวัดยิงด้วยซ้ายทันที แต่บอลปลิ้นหลุดเสาแรกออกไป
นาทีที่ 23 เป็นจังหวะขึ้นเกมสวยๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการเล่นชิ่งเป็นสามเหลี่ยมของ แกรี่ เนวิลล์, เฮนริค ลาร์สสัน และ โรนัลโด้ ซึ่งจังหวะสุดท้าย โรนัลโด้ ได้ยิงจากหน้าเขต โทษโด่งข้ามคานออกไป
ให้หลังไป 4 นาที หงส์แดง น่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างที่สุด เมื่อมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา มาร์ค กอนซาเลซ เขี่ยสั้นๆ ให้ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ วิ่งเข้าอัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเฉี่ยว เสาออกไปแบบเฉียดฉิว
เจ้าบ้านพลาดโอกาสทองอีกครั้งในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่ วิดิช บังบอลพลาด เสียท่าให้ เบลลามี่ ตรงเขตโทษฝั่งขวา เบลลามี่ จึงผ่านเรียดเข้ากลางหวังจะให้ เดิร์ค เค้าท์ เข้าชาร์จ โล่งๆ แต่บอลลึกไปนิดเดียวเท่านั้น ลิเวอร์พูล จึงพลาดโอกาสขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 40 ชาบี อลอนโซ่ ของลิเวอร์พูล ต้องโดนใบเหลืองเป็นคนแรก เนื่องจากไปเตะบอลทิ้ง เพราะไม่พอใจการตัดสิน แต่ถัดมาไม่กี่อึดใจ ไมเคิ่ล คาร์ริค ของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ ต้องโดนเหลืองเช่นกัน เพราะไปดึง รีเซ่ ในจังหวะสวนกลับ
ก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที ทีมเยือนใช้จังหวะสวนกลับเล่นงานถึงสองครั้งติดๆ จาก โรนัลโด้ และ รูนี่ย์ แต่ได้ คาร์ราเกอร์ เป็นด่านสุดท้ายสกัดบอลได้ทันทั้งสองครั้ง จบครึ่งแรก สกอร์จึงนิ่งอยู่ที่ 0-0
เปิดฉากครึ่งหลัง หงส์แดง เดินเครื่องบุกแหลกทันที เพียงนาทีที่ 47 เบลลามี่ ได้บอลหลุดเข้าถึงหน้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายแบบสุดเหยียด แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ พุ่งปัดได้ปลายมือ
นาทีที่ 50 ลิเวอร์พูล ก็ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายทีมเยือนจนได้ จากจังหวะที่ รีเซ่ ยิงไกลสวนเข้ามา บอลไปติดเท้า เบลลามี่ กลับตัวซัดจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
ราฟา ตัดสินใจแก้เกมก่อนตั้งแต่นาทีที่ 60 โดยส่ง ฟาบิโอ ออเรลิโอ ลงมาแทน มาร์ค กอนซาเลซ
นาทีที่ 62 เซอร์ อเล็กซ์ ก็เปลี่ยนบ้าง โดยส่ง มิกาแอล ซิลแวสต์ ลงมาแทน ปาทริซ เอวร่า และถัดมา 4 นาที ก็ส่ง หลุยส์ ซาฮา ลงมาแทน เฮนริค ลาร์สสัน
หงส์แดง ไม่ยอมน้อยหน้า นาทีที่ 68 ส่ง เจอร์เมน เพนแนนท์ ลงมาแทน เคร็ก เบลลามี่ อีกราย
ถึงนาทีที่ 73 รูนี่ย์ ต้องโชคร้ายถูก คาร์ราเกอร์ ฝากรอยสตั๊ดเอาไว้ที่ขาจนเป็นแผลเหวอะ และเล่นต่อไม่ไหวต้องให้ จอห์น โอเช ลงเล่นแทน ส่วน คาร์ราเกอร์ ได้รับใบเหลือง ลิเวอร์พูล ส่ง ปีเตอร์ เคร้าช์ เป็นไพ่ใบสุดท้ายแทน โมโม่ ซิสโซโก้ ในนาทีที่ 78
ก่อนจบเกม 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องตกเป็นรองเรื่องตัวผู้เล่น เมื่อ พอล สโคลส์ ไปตบะแตกเหวี่ยงทั้งแขนทั้งเท้าใส่ ชาบี อลอนโซ่ ในจังหวะที่บอลหยุดไปแล้ว ผู้ตัดสินจึงแจกใบแดงให้ทันที
ถัดมา 2 นาที หงส์แดง จึงได้ลุ้นประตูทันที เมื่อ เดิร์ค เค้าท์ เปิดบอลจากขวาให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ ทางเสาสอง พักอกดึงบอลลงแล้วเลือกแปเน้นๆ แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ พุ่งปัดเอาไว้ได้สวย
แต่แล้วในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 91 ปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้นกับ 10 คนของแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อมาได้ลูกฟรีคิกริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย โรนัลโด้ อัดเรียดเข้ามา ซาฮา พยายามเข้าชาร์จแต่ไม่โดน เรน่า จึงทำได้แค่ปัดออกมาเข้าทาง จอห์น โอเช ตัวสำรอง แปเน้นๆ เสยเพดานตาข่ายเข้าไปไม่เหลือ พา แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 และเฉือนชนะไปได้อย่างเหลือเชื่อด้วยสกอร์นี้