สถิติลงเล่น 366 นัด และยิงได้ 126 ประตู ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักเตะคนหนึ่งจะสร้างสถิติสุดโก้นี้ขึ้นมาได้ แต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาคนนี้ทำได้ครับ ชื่อของยอดซูปเปอร์ซับที่เปลี่ยน มาเมื่อไหร่เป็นได้ลุ้นประตูเมื่อนั้น เวลานี้เข้าผู้นั้นได้ประกาศอำลาสังเวียนหญ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากโดนพิษอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่องคุณงามความดีของ "น้าลูกอม" ที่ย้ายจาก โมลด์ ทีมในนอร์เวย์ มาร่วมหอลงโรงละครแห่งความฝัน ด้วยค่าตัวสุดถูก 1.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 105 ล้านบาท) นั้น ร่ายสัก 3 วันก็ ยังไม่พอ งั้นขอแค่สั้นๆ แต่ได้ใจความดังนี้ "ไม่เกี่ยงงอน ไม่เรียกร้อง แต่เป็นที่รักของแฟนบอล" เขาคือ You are my Solskjares นั่นเอง
คุณคิดอย่างไรที่แฟนบอลยกให้คุณเป็นตำนานสโมสรเหมือนกับ เอริค คันโตน่า?Solskjares -ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ สำหรับผมแล้วตำนานตัวจริงคือ คีโน่ (รอย คีน), คันโตน่า, (ปีเตอร์) ชไมเคิ่ล และ (ไบรอัน) ร็อบสัน ต่างหาก ตอนที่ผมเห็นพวกเขาลงเล่น หัวใจของผมแทบจะเต้นไม่เป็นจังหวะ คุณรู้ไหม? แค่ได้ลงเล่นร่วมกับพวกเขาก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ผมเป็นชายคนหนึ่งที่เดินทางมาจาก คริสเตียนซานด์ ซึ่งที่นั่นผมใช้ชีวิตอยู่กับ คุณแม่ และคุณพ่อ จนถึงอายุ 22 ปี โดยตอนนั้นผมเล่นให้กับทีมท้องถิ่น แต่ตอนนี้ผมได้เป็นตำนานของสโมสรไปแล้ว ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
คุณเคยหยิบเทปนัดการแข่งขันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 ในปี 1999 ขึ้นมาดูบ้างไหม?Solskjares -ผมยังไม่เคยดูเลยในช่วง 15 นาทีสุดท้าย บางทีผมอาจจะยังไม่ได้ดูทั้งเกมเลยด้วยซ้ำ ผมคิดว่าผมยังไม่ได้ดูนะ แต่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ผมได้ดูเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในช่วงซัมเมอร์ หลังจากที่เราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ แต่ผมแทบจะดูผลงานการทำประตูของตัวเองแบบนับครั้งได้เลยแหละ
จริงหรือเปล่า? ที่คุณได้รับบาดเจ็บหัวเข่าจากท่าดีใจสำหรับประตูที่ยิง บาเยิร์น มิวนิค?
Solskjares - ถูกต้อง ผมพลาดลงเล่นให้กับทีมชาตินอร์เวย์ถึง 2 เกมด้วยกันในช่วงซัมเมอร์นั้น เพราะเอ็นหลังหัวเข่าตรงกลางของผมได้รับบาดเจ็บ ผมไม่อยากจะจำมันเลยจริงๆ
คุณเป็นแฟนบอลของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่เด็กๆ และทำไม่คุณถึงมาเปลี่ยนใจมาเป็นแฟนบอลของ ยูไนเต็ด ได้ล่ะ?Solskjares -ผมเคยเป็นแฟนบอลของ ลิเวอร์พูล ก็จริง แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า ตอนที่คุณเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด และคุณได้ดูเกมผ่านทางหน้าจอทีวี และคุณมักจะมีแนวโน้มเชียร์ทีมที่มัก จะคว้าชัยได้อยู่เสมอ และในยุคทศวรรษ 1980 ลิเวอร์พูล เป็นทีมอันดับ 1 ของ อังกฤษ เคนนี่ ดัลกริช เป็นนักเตะที่เก่งกาจที่สุดในความคิดของผม ตามมาด้วย (มาร์โก) แวน บาสเท่น และ ซิโก้ แต่ใน อังกฤษ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เป็นว่าเล่นในยุคนั้น
แต่ในเวลานี้ จริงๆ แล้วใน นอร์เวย์ ผมเคยเชียร์ทีมที่มีนักเตะฝีเท้าแย่ที่สุดนะ นั่นเป็นแค่เรื่องราวส่วนหนึ่งในอาชีพนักเตะของผม ผมเซ็นสัญญากับ ยูไนเต็ด และแน่นอนว่าคุณจะ ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอล ยูไนเต็ด ผมรู้สึกว่าผมได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสรไปแล้ว และคุณยังได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาเป็นไปของสโมสร ตอนที่คุณอยู่ค้าแข้งที่นี่ ซึ่ง เป็นระยะเวลาที่นานมากเลยทีเดียว
เอ่อขอถามหน่อยซิ? คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เป็นตัวแทนนักเตะในงานฝังศพของ จอร์จ เบสต์?Solskjares -มันเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผม ผมรู้สึกว่านักเตะแต่ละคนสมควรที่จะได้เป็นตัวแทนนักเตะด้วยกันทั้งนั้น และเรามีคิวต้องลงเล่นเกมในวันเดียวกันนั้น ซึ่งพบกับ..... เราเล่น กับใครหว่า? (พอร์ทสมัธ)
ช่วงเวลาไหนที่คุณประทับใจมากที่สุด หากไม่นับรวมเกมที่ คัมป์ นู ลองเลือกมาสักช่วงซิ?Solskjares -ผมเลือกได้แค่ช่วงเดียวเองหรอ ถ้างั้นผมเลือกเกมประเดิมสนามนัดแรกของผมแล้วกัน ซึ่งนัดนั้นผมยิงประตูได้เลย
คุณยังจำวันที่เซ็นสัญญากับ ยูไนเต็ด ได้ไหม? ถ้าจำได้แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?Solskjares -ผมจำได้ดี พวกเขาไปดูฟอร์มของ รอนนี่ ยอห์นเซ่น ในเกมที่ลงเล่นให้กับ นอร์เวย์ และในเกมนั้น ผมทะลึ่งยิงได้ถึง 2 ประตู ซึ่งทำให้ จิม ไรอัน โทร.หาเจ้านายในคืนนั้นทันที และพูดว่าเราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว สำหรับการเซ็นสัญญากับนักเตะคนนี้ ค่าตัวเขาก็ไม่แพงด้วย แถมเขายังยิง 2 ประตูสุดสวยได้อีกต่างหาก โปรดรีบคว้าตัวเขามาร่วมทีมโดยด่วน และก็ให้เขา อยู่ในทีมสำรองสักปี เพื่อรอดูพัฒนการของเขา แต่ตอนที่พวกเขาโทร.หาผม แน่นอนว่าคุณไม่มีทางตอบปฏิเสธได้ การได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ผมต้องรออยู่สักพักนึง เพราะทั้ง 2 สโมสรติดเรื่องการ เจรจาค่าตัว
เราเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปพร้อมกับเจ้าของสโมสร โมลด์ พอเราเดินทางมาถึงถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พวกเขาได้พูดคุยกับ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ (ประธานสโมสร) ขณะ เดียวกันผมมีคนพาทัวร์รอบๆ พิพิธภัณฑ์ของสโมสร คุณที่พาผมไปทัวร์นั้น ถามผมว่า "คุณเป็นแฟนบอลของ ยูไนเต็ด หรือเปล่า? คุณชอบ ยูไนเต็ด ไหม?" อะไรประมาณนี้แหละ และผมตอบ เขากลับไปว่า "อันที่จริงผมกำลังจะเซ็นสัญญาย้ายมาอยู่กับพวกเขาในวันนี้" ซึ่งตอนนั้นเขาได้มอบปากกาให้กับผม ผมจึงเซ็นสัญญาด้วยปากกาแท่งนั้นแหละ ผมจำชื่อเขาไม่ได้ แต่ผมได้พบกับ เขาถึง 2 ครั้งด้วยกัน ผมได้กินมื้อเที่ยงกับเจ้านาย พวกเขาให้เวลาพักร้อนกับผมถึง 2 สัปดาห์ และหลังจากที่ผมกลับมาจากการพักร้อนแล้ว เราจึงได้เริ่มลงซ้อมกัน
คุณยังติดต่อกับอดีตเพื่อนร่วมทีมที่คุณเคยลงเล่นร่วมกันบ้างหรือเปล่า?Solskjares -ผมติดต่ออยู่ 2 คน ผมยังคุยกับ เฮนนิ่ง (เบิร์ก) และ รอนนี่ (ยอห์นเซ่น) อยู่เลย บางครั้งผมก็โทร.หา จอร์ดี้ (ครัฟฟ์) และ ยาป (สตัม) ส่วน ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ผมมีโอกาสคุยแค่ ไม่กี่ครั้งเอง และผมยังได้เจอกับ เอริค (คันโตน่า) 2-3 ครั้งเห็นจะได้ เช่นเดียวกับ เบ็คส์ (เดวิด เบ็คแฮม), นิคกี้ (บัตต์), ฟิล (เนวิลล์) เอ่อที่พูดมาเนี่ยชื่อมันยาวเป็นหางว่าวเลยนะ
คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง จากการทำงานกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน?Solskjares -ผมเรียนรู้เยอะมาก ทั้งแนวทางที่เขารับมือ และจัดการกับนักเตะทีมชาติ 25 คน รวมทั้งทำให้นักเตะทุกคนอยู่ในสภาพที่ฟิตสมบูรณ์ และมีความสุข แทบจะไม่มีนักเตะเลยสักคนที่ อยากจะย้ายออกไปจากที่นี่
มันยากขนาดไหนกับการตัดสินใจครั้งนี้?20LEGEND -อันที่จริงมันก็ไม่ได้ยากอะไรนักหรอก ผมรู้สึกโล่งอกด้วยซ้ำไป ตอนที่ผมได้พูดกับเจ้านาย (เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) และ เดวิด กิลล์ ฟิลม์เอ็กซ์เรย์ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า หัว เข่าของผมไม่ได้ดีเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์อีกต่อไปแล้ว และเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่มันมีอาการกำเริบขึ้นมาอีกในระหว่างฝึกซ้อม มันทำให้ผมตัดสินใจได้ทันที เพราะมันหมายความว่า ผมจะไม่ สามารถลงเล่นในระดับที่ผมต้องการทำให้กับสโมสรแห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว นอกจากนี้ผมยังถึงคิดเรื่องการรักษาสุขภาพของผมในระยะยาวด้วยเช่นกัน
คุณดีใจมากแค่ไหนที่ได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จเมื่อฤดูกาลก่อน?Solskjares -นั่นมีความหมายกับผมอย่างมาก ตอนที่ผมพักรักษาอาการบาดเจ็บยาวก่อนหน้านี้ ผมมักจะมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ไม่ใช่เรื่องกลับมาลงเล่นอีกครั้ง รวมถึงกลับมาเสื้อของยูไน เต็ด แต่ผมต้องการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ชิพต่างหาก นั่นเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม ผมได้ตั้งเป้าหมายการลงเล่นของตัวเองเอาไว้ และการกลับมายิงประตูต่อหน้าต่อตาแฟนบอลฝั่ง อัฒจันทร์ สเตรนฟอร์ด เอนด์ (ฝั่งแฟนบอลพันธุ์แท้) ให้ได้อีกครั้ง แต่เป้าหมายสูงสุดคือ คว้าแชมป์ลีกให้ได้อีกครั้ง ในอารมณ์นั้นฤดูกาลก่อนถือว่าเป็นประสบการณ์สุดล้ำค่าสำหรับผม และ ผมดีใจที่ผมสามารถดื่มด่ำกับความสำเร็จได้อีกครั้ง
คุณลงเล่น 366 นัด และยิงได้ 126 ประตูให้กับ ยูไนเต็ด ตลอดระยะเวลา 11 ปี ที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คุณคิดเห็นอย่างไร ตอนที่คุณมองย้อนกลับไปดูผลงานในวันเก่าๆ?
Solskjares - ผมคิดว่า ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า ผมได้ทุ่มเทสุดความสามารถของผมแล้ว, ทุ่มเททุกอย่างที่ผมสามารถจะทำได้ในฐานะนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผม ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรที่สุดแสนจะวิเศษอย่างนี้ และลงเล่นภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมชั้นยอดเช่นนี้ แถมผมยังได้ลงเล่นเคียงข้างกับนักเตะชั้นยอดอีกหลายคน ก่อนที่จะเป็น เพื่อนที่รู้อกรู้ใจกันในที่สุด ผมได้รับประสบการณ์อย่างมากมายแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วกับการค้าแข้งอยู่ที่นี่ และเหนืออื่นสิ่งใดการได้ลงเล่นต่อหน้าต่อตาแฟนบอลที่สุดวิเศษ ผู้คนในเมือง แมนเชสเตอร์ และแฟนบอลของสโมสรที่มีอยู่ทั่วโลกได้ให้ทัศนคติกับผมที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ผู้คนคลั่งไคล้ฟุตบอลมากขนาดไหน ผมต้องขอขอบคุณแฟนบอลจริงๆ เพราะว่า พวกเขาให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่เพียงตอนที่ผมอยู่ในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดๆ ตอนที่ผมกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ
คุณมักจะเป็นมิตรที่ดีของแฟนบอลอยู่เสมอ และนั่นถือเป็นเรื่องที่ทำให้แฟนบอลมากมายต้องรู้สึกเสียใจที่จะไม่ได้เห็นคุณลงเล่นอีกครั้งหรือเปล่า?Solskjares -ผมก็เสียใจเช่นกันที่ไม่ได้เดินลงสู่ผืนหญ้าอีกครั้ง มันเกือบจะกลายเป็นธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติสำหรับผมมาตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ผมรู้สึกเหมือนกับว่า มันเป็นบ้านของ ผม ตอนที่ได้เดินลงสู่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว แต่ชีวิตยังต้องก้าวไปข้างหน้า และไม่มีนักฟุตบอลคนใดที่จะอยู่ยงคงกระพัน นักเตะทุกคนย่อมต้องมีวันเลิกเล่น และมันก็ถึงตาผมแล้วในเวลานี้ ผมจะคิดถึงเสียงเชียร์ตอนที่ลงเล่นในสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รวมถึงเสียงของเพื่อนร่วมทีมในห้องแต่งตัว แต่ผมเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก ผมมักจะมอง ไปข้างหน้าอยู่เสมอ"
คุณวางแผนถึงอนาคตในวันข้างหน้าบ้างหรือยัง?
Solskjares -ผมจะทำงานเป็นโค้ช ในฐานะที่ผมได้พูดคุยกับผู้จัดการทีมไปเรียบร้อยแล้ว ผมจะเริ่มเรียนการฝึกสอนทางด้านโค้ชกับ ยูไนเต็ด เราไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นจริงเป็นจังเท่าไรว่า ผมจะมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง แต่เจ้านายก็ดีกับผมมาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่ได้ตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ มีข้อเสนอให้ทำหน้าที่เป็นโค้ชกับสโมสรแห่งนี้ และนั่นถือเป็นเรื่อง ราวบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกดีใจ"
การมองภาพของการเป็นโค้ชทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นบ้างหรือเปล่า?Solskjares - แน่นอนที่สุด ในช่วงที่ผ่านมาผมไม่เคยเรียนรู้การเป็นโค้ชมาก่อนเลย และมันก็ไม่ใช่นิสัยของผมด้วย แต่ตอนนี้ผมกำลังตั้งตารออยู่ และผมเองก็ตื่นเต้นมากๆ เกี่ยวกับการได้ ทำงานในอีกด้านหนึ่งที่อยู่ข้างสนาม ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างสูง ผมดีใจที่ผมจะได้เริ่มต้นก้าวแรกของการเป็นโค้ชกับสโมสรแห่งนี้ เมื่อไรก็ตามที่ผมคิดถึงเกี่ยวกับการเป็นโค้ช ผมมักต้อง การทำงานกับ ยูไนเต็ด อยู่เสมอ มันเป็นความรู้สึกที่ใช่ แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า มันใช่สำหรับคุณหรือเปล่า ตอนที่ผู้จัดการทีมบอกกับผมว่า "อาจจะมีตำแหน่งเหลืออยู่สำหรับนายนะ" นั่นเป็น เรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกดีใจเป็นที่สุด
เอลมินย่า