วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

รูนลั่น..เสาร์นี้เอาหงส์เน่าแน่

เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงพันธุ์ระห่ำของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กร้าว เกลียด ลิเวอร์พูล ตั้งแต่จำความได้ เพราะว่า โตขึ้นมาในบ้านที่เป็นแฟนบอล เอฟเวอร์ตัน แถมตอนนี้ยังเล่นกับ "ปีศาจแดง" อริเบอร์หนึ่ง อีกต่างหาก ลั่นจะขอเปิดโรงละครเอาชนะ และ พังความฝันอยากได้แชมป์ลีกของ "หงส์แดง" ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยในวันเสาร์นี้
เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ลีกเมืองผู้ดี ออกมาพูดโหมโรงก่อนมีคิวทำศึกแดงเดือดกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. นี้ ด้วยการพูดเต็มปากว่า ในฐานะอดีตเด็กเก่าของ เอฟเวอร์ตัน เขาเกลียด ลิเวอร์พูล อย่างถึงที่สุด และจะสะใจมาก ถ้าหากเขาปิดฉากฝันหวาน อยากคว้าแชมป์ลีกมาครอง ของอริเบอร์หนึ่ง ลงได้ตั้งแต่เกมนี้
"เดอะ ค็อป" ที่นัดแรกชนะใน แอนฟิลด์ มา 2-1 จะยกพลมาเยือนโรงละคร วันเสาร์นี้ โดยมีแต้มตามหลัง ยูไนเต็ด 7 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัดด้วย โดย รูนี่ย์ กล่าวว่า "ผมตื่นเต้นกับแมตช์นี้มาก ผมเติบโตมาในฐานะแฟนบอลของเอฟเวอร์ตัน ครอบครัวผมเป็นแฟนบอลเอฟเวอร์ตันทั้งบ้าน และผมเกลียด ลิเวอร์พูล และมันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงด้วย"
ชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล นอกจากอาจจะเป็นการพังความฝันอยากได้แชมป์ของ ลิเวอร์พูล ทางอ้อมแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ "ปีศาจแดง" มีลุ้น 5 แชมป์ต่อไปด้วย ซึ่ง รูนี่ย์ กล่าวว่า "ลิเวอร์พูล เล่นดี และมีลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้ แต่มันคงสุดยอดมากถ้าวันเสาร์นี้เราจะยุติความฝันของพวกเขาลง สำหรับผมแล้ว นี่คือเกมใหญ่สุดของฤดูกาล"

"ถ้าหากเราเอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้ ก็แทบแน่นอนแล้วว่า พวกเขาจะหมดลุ้นแชมป์ สำหรับทุกคนที่ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะตัวผม มันคงเป็นความรู้สึกที่สุดยอดไปเลย เกมกับพวกเขามันเต็มไปด้วยอารมณ์เสมอ และผมมั่นใจว่ามันจะเต็มไปด้วยการเสียบสกัดโหดๆ นี่เป็นเกมใหญ่ และมีเดิมพันสูง ของพวกเราทั้งสองทีม" รูนี่ย์ กล่าว

อย่างไรก็ดี หัวหอกจอมระห่ำ ยกย่อง "หงส์แดง" ว่าเล่นได้ดุดันมากในเกมต้อนตือ เรอัล มาดริด เละเทะ 4-0 ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก "ผมว่า ลิเวอร์พูล เล่นดีมากในเกมกับ เรอัล มาดริด พวกเขาเปิดเกมบุกที่รวดเร็วเข้าใส่ พวกเขาเล่นได้อย่างดุดัน และบีบให้ เรอัล มาดริด เล่นภายใต้ความกดดันตลอดทั้งเกม"

ถ้าหาก ยูไนเต็ด ได้แชมป์ปีนี้ ก็จะเป็นแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน โดย รูนี่ย์ ที่ทำผลงานยิงไปแล้ว 92 ลูก จากการลงสนาม 221 เกม ชี้ว่า "มันคงเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากหากเราได้แชมป์ลีกสมัยที่ 3 ติดต่อกัน โดยเฉพาะหลังจากที่ โรมัน อบราโมวิช มาเทกโอเวอร์ เชลซี และพวกเขาได้แชมป์ 2 สมัยติด ในจุดนั้นดูแล้วมันยากเลยที่จะเห็นทีมอื่นชนะ แต่เราก็แสดงให้เห็นอีกครั้งจนได้ว่า เราเป็นทีมคุณภาพ"

ลูกเห็บ บ่าย 13 มีนาคม 2552

หลังจากที่อากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวัน บ่ายวันนี้ฝนได้ตกลงมา พร้อมกันนี้ได้มีลูกเห็บตกลงมาด้วย นั่งทำงานอยู่ คุณไพฑูรย์ ท่านผู้จัดการฯ เรียกอ้อไปดู "มาดูอะไรนี่ซิ" เหมือนผู้ใหญ่ใจดีเรียกให้เด็ก ๆ ดูสิ่งแปลกใหม่ ซึ่งอาจจะยังไม่เคยเห็นเหมือนท่าน...เราก็วิ่งไปดูตามคำเรียก ก็รู้สึกตื่นเต้นนะ คนที่ไม่เคยเห็นก็คงอยากเก็บมาดูไว้นาน ๆ ลูกเห็บเป็นเม็ดน้ำแข็งดี ๆ นี่เองที่ตกลงมากับฝน เม็ดเล็กขนาดนิ้วก้อยก็มี ขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือก็มี ร่วงจากท้องฟ้าลงมาตกกระทบหลังคาสต็อดเสียงดังป็อกแป็ก ๆๆ ในฤดูแล้วอย่างนี้ ถ้ามีฝนฟ้าคะนองมักจะมีลูกเห็บตกลงมา โดยเฉพาะฝนตกมาหนัก ๆ พอประมาณ ก็มีลูกเห็บตามมาให้เราตกใจ เพราะไม้ได้คาดหวังมาก่อน
เม็ดน้ำแข็งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมมันมากับพายุ ลูกเห็บเกิดจากที่สูงมากจากพื้นโลก กระแสลมแรงพัดพาเม็ดฝนขึ้นไปในกลุ่มเมฆที่ฟ้าคะนอง ในที่สูงอากาศเย็นมากทำให้เม็ดฝนแข็งตัว ยิ่งขึ้นไปสูงยังมีเกร็ดหิมะเข้ามาเกาะเม็ดน้ำแข็ง ครั้นตกลงมาอีกส่วนล่างของกลุ่มเมฆซึ่งเย็นน้อยกว่าด้านบน ความชื้นเข้าไปห่อหุ้มเม็ดน้ำแข็ง แล้วกระแสลมก็พัดเอาเม็ดน้ำแข็งกลับขึ้นไปด้านบนของกลุ่มเมฆอีก ที่อุณหภูมิความชื้นรอบ ๆ เม็ดน้ำแข็งพอกเพิ่มเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง เม็ดน้ำแข็งก็โตขึ้นอีกนิด
เม็ดน้ำแข็งลอยสูงแล้วตกลงมา วนซ้ำไปมาหลายครั้งในกลุ่มเมฆ ในขณะเดียวกันเม็ดน้ำแข็ง สะสมความชื้นที่ด้านล่าง ซึ่งต่อไปจะแข็งตัวในที่สูงเย็น ด้วยกระบวนการเช่นนี้ เม็ดน้ำแข็งก็ใหญ่ขึ้นทุกที เมื่อใดที่มันใหญ่กว่ากระแสลมพายุจะพยุงมันไว้ได้ มันก็จะตกจากอากาศลงยังพื้นดิน เรียกว่า ลูกเห็บ ถ้าเราทุบก้อนลูกเห็บโต ๆ ที่เพิ่งตกถึงพื้นให้แตกครึ่ง เราจะเห็นภายในลักษณะเป็นวงชั้นน้ำแข็ง ซึ่งแสดงถึงการก่อเกิดลูกเห็บจ้า..........

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552

เข้ารอบ 8 ทีม

เข้ารอบ 8 ทีม ด้วยลูกโหม่งทั้งสองประตู

UCL แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 อินเตอร์ มิลาน (0-0)

"ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด สร้างสถิติใหม่ไม่แพ้ใครในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นนัดที่ 21 ติดต่อกัน ทำลายสถิติเดิมของ ยูเวนตุส ได้สำเร็จแล้ว เมื่อเปิดรังสอนเชิง "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ไปแบบสุดมันส์ 2-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ บาร์เซโลน่า ไล่ถล่ม โอลิมปิก ลียง 5-2 เข้ารอบเช่นกัน
--------------
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แกร่งเกินกว่าที่ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน จะลูบคมได้ เมื่อเอาชนะไป 2-0 จาก 2 ประตูในช่วงต้นครึ่งเวลาทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลังของเนมันย่า วิดิช และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่วนแชมป์กัลโช่ อับโชคยิงชนทั้งเสา-คาน
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์รอบแรก นัดที่สอง (11 มี.ค.52)
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 อินเตอร์ มิลานสนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดประตู : 1-0 เนมันย่า วิดิช น.4, 2-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.49

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าถ้วยใบนี้ในฤดูกาลที่แล้ว ลงสนามในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อรับมือกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แชมป์อิตาลี โดยเกมแรกเสมอกันมา 0-0 ที่ซาน ซิโร่ ในเกมนี้ทางด้าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พกสถิติไม่ดีนักในการดวลกับโชเซ่ มูรินโญ่ โดยเคยชนะแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 13 นัดที่พบกัน ซึ่งเฟอร์กี้ ก็หวังจะเข้ารอบให้ได้จึงส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มสูบ ส่วนทางด้านอินเตอร์ มูรินโญ่ ทำเซอร์ไพรซ์ส่งกองหน้าวัย 18 ปี มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงสนามคู่กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช ข๊ณะที่แนวรับค่อนข้างมีปัญหาเพราะขาดทั้งคริสเตียน คิวู, มาร์โก มาเตรัซซี่ และนิโกล่าส์ บูร์ดิสโซ่ ที่ได้รับบาดเจ็บ ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูออกนำที่ต้องการอย่างรวดเร็ว จากจังหวะเล่นลูกเตะมุม โรนัลโด้ เปิดเข้ามาที่กลางประตูถึงวิดิช ที่ทะยานขึ้นโขกคนเดียวโล่งๆเข้าไปเป็นประตูนำ 1-0 โดนนำไปก่อนแบบนี้ อินเตอร์ ต้องพยายามเอาคืนทันที แต่ว่าทรงบอลดูจะสู้แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เพราะมีอิบราฮิโมวิช ตัวเดียวที่พอจะเล่นได้ ตรงข้ามยังเกือบโดนอีกลูกด้วยในช็อตที่ เอวร่า จ่ายทะลุช่องให้กิ๊กส์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนจะตบเข้ากลางมาโดนคอร์โดบ้า สกัดออกไปได้ ถึงนาทีที่ 27 อินเตอร์ ก็มาได้โอกาสสำคัญที่น่าจะได้ประตูตีเสมอจากลูกฟรีคิกระยะไกลที่เปิดเข้ามาถึง อิบราฮิโมวิช วิ่งสลัดตัวประกบได้ก่อนจะโขกกดลงพื้นและบอลไปชนคานก่อนกระดอนหลุดข้ามคานออกไป ช่วงที่เหลือของครึ่งแรกเกมไม่ค่อยจะมีอะไรมากนรัก ทำให้เกมจบลงที่ 1-0 ใน 45 นาที และอินเตอร์ ก็ต้องทำการปรับเกมในระหว่างพักครึ่ง โดยมูรินโญ่ ถอดวิเอร่า ออกและส่งซุลลาย มุนตารี่ ลงมาแทน แต่กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้แค่แป๊บเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่รูนี่ย์ เปิดจากมุมเขตโทษเข้ามา โรนัลโด้ สอดหาช่องขึ้นโขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ถึงตรงนี้ อินเตอร์ เต้นเป็นเจ้าเข้าเพราะต้องยิงถึง 2 ลูกจึงจะได้เข้ารอบและยังหาช่องเจาะไม่ได้เลย แต่กัมบิอัสโซ่ ก็ทำได้ดีในจังหวะยิงไกลให้ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องผวาปัดออกไป มูรินโญ่ ต้องแก้เกมอีกครั้งส่งอาเดรียโน่ ลงมาแทนสแตนโควิช และลงมาแค่ไม่นานหัวหอกบราซิล ก็เกือบช่วยทีมตีไข่แตกได้ทันที ในจังหวะที่วิ่งมากระโดดวอลเล่ย์ในเขตโทษไปชนเสาเข้าอย่างจัง แต่จังหวะต่อมา รูนี่ย์ ก็ยิงไปติดเซฟของเซซาร์ ซึ่งบอลกระฉอกออกมาถึงกิ๊กส์ ไหลต่อให้เบอร์บาตอฟ ในเขตโทษแต่ว่าก็ยังไม่ผ่านนายทวารจอมหนึบที่ยังใช้ขาเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด หลังจากนั้น อินเตอร์ ค่อยๆรวบรวมเกมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ส่งตัวเก๋าอย่างหลุยส์ ฟิโก้ ลงมาแทนเด็กอย่างบาโลเตลลี่ ที่เล่นไม่ออกในเกมระดับนี้ก็ทำให้เริ่มมีจังหวะได้กดดันหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอด อินเตอร์ ก็ทำไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว โดยแมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ความเก๋าประคองตัวไปเรื่อยๆจนหมดเวลาและได้รับชัยชนะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปด้วยผลรวม 2 นัด 2-0
รายชื่อผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, เนมันย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, พอล สโคลส์ (อันแดร์สัน น.70) , ไมเคิล คาร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, เวย์น รูนี่ย์ (พาร์ค ชี ซอง น.84)
อินเตอร์ : ฮูลิโอ เซซาร์, ไมคอน, อีบัน คอร์โดบ้า, วอลเตอร์ ซามูแอล, ดาวิเด้ ซานตัน, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริก วิเอร่า (ซุลลาย มุนตารี่ น.46) , เดยัน สแตนโควิช (อาเดรีย โน่ น.58) , มาริโอ บาโลเตลลี่ (หลุยส์ ฟิโก้ น.70) , ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ผู้ตัดสิน : โวล์ฟกัง สตาร์ค