"ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด สร้างสถิติใหม่ไม่แพ้ใครในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นนัดที่ 21 ติดต่อกัน ทำลายสถิติเดิมของ ยูเวนตุส ได้สำเร็จแล้ว เมื่อเปิดรังสอนเชิง "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ไปแบบสุดมันส์ 2-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ บาร์เซโลน่า ไล่ถล่ม โอลิมปิก ลียง 5-2 เข้ารอบเช่นกัน--------------
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แกร่งเกินกว่าที่ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน จะลูบคมได้ เมื่อเอาชนะไป 2-0 จาก 2 ประตูในช่วงต้นครึ่งเวลาทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลังของเนมันย่า วิดิช และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่วนแชมป์กัลโช่ อับโชคยิงชนทั้งเสา-คาน
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์รอบแรก นัดที่สอง (11 มี.ค.52)
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 อินเตอร์ มิลานสนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดประตู : 1-0 เนมันย่า วิดิช น.4, 2-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.49
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าถ้วยใบนี้ในฤดูกาลที่แล้ว ลงสนามในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อรับมือกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แชมป์อิตาลี โดยเกมแรกเสมอกันมา 0-0 ที่ซาน ซิโร่ ในเกมนี้ทางด้าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พกสถิติไม่ดีนักในการดวลกับโชเซ่ มูรินโญ่ โดยเคยชนะแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 13 นัดที่พบกัน ซึ่งเฟอร์กี้ ก็หวังจะเข้ารอบให้ได้จึงส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มสูบ ส่วนทางด้านอินเตอร์ มูรินโญ่ ทำเซอร์ไพรซ์ส่งกองหน้าวัย 18 ปี มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงสนามคู่กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช ข๊ณะที่แนวรับค่อนข้างมีปัญหาเพราะขาดทั้งคริสเตียน คิวู, มาร์โก มาเตรัซซี่ และนิโกล่าส์ บูร์ดิสโซ่ ที่ได้รับบาดเจ็บ ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูออกนำที่ต้องการอย่างรวดเร็ว จากจังหวะเล่นลูกเตะมุม โรนัลโด้ เปิดเข้ามาที่กลางประตูถึงวิดิช ที่ทะยานขึ้นโขกคนเดียวโล่งๆเข้าไปเป็นประตูนำ 1-0 โดนนำไปก่อนแบบนี้ อินเตอร์ ต้องพยายามเอาคืนทันที แต่ว่าทรงบอลดูจะสู้แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เพราะมีอิบราฮิโมวิช ตัวเดียวที่พอจะเล่นได้ ตรงข้ามยังเกือบโดนอีกลูกด้วยในช็อตที่ เอวร่า จ่ายทะลุช่องให้กิ๊กส์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนจะตบเข้ากลางมาโดนคอร์โดบ้า สกัดออกไปได้ ถึงนาทีที่ 27 อินเตอร์ ก็มาได้โอกาสสำคัญที่น่าจะได้ประตูตีเสมอจากลูกฟรีคิกระยะไกลที่เปิดเข้ามาถึง อิบราฮิโมวิช วิ่งสลัดตัวประกบได้ก่อนจะโขกกดลงพื้นและบอลไปชนคานก่อนกระดอนหลุดข้ามคานออกไป ช่วงที่เหลือของครึ่งแรกเกมไม่ค่อยจะมีอะไรมากนรัก ทำให้เกมจบลงที่ 1-0 ใน 45 นาที และอินเตอร์ ก็ต้องทำการปรับเกมในระหว่างพักครึ่ง โดยมูรินโญ่ ถอดวิเอร่า ออกและส่งซุลลาย มุนตารี่ ลงมาแทน แต่กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้แค่แป๊บเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่รูนี่ย์ เปิดจากมุมเขตโทษเข้ามา โรนัลโด้ สอดหาช่องขึ้นโขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ถึงตรงนี้ อินเตอร์ เต้นเป็นเจ้าเข้าเพราะต้องยิงถึง 2 ลูกจึงจะได้เข้ารอบและยังหาช่องเจาะไม่ได้เลย แต่กัมบิอัสโซ่ ก็ทำได้ดีในจังหวะยิงไกลให้ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องผวาปัดออกไป มูรินโญ่ ต้องแก้เกมอีกครั้งส่งอาเดรียโน่ ลงมาแทนสแตนโควิช และลงมาแค่ไม่นานหัวหอกบราซิล ก็เกือบช่วยทีมตีไข่แตกได้ทันที ในจังหวะที่วิ่งมากระโดดวอลเล่ย์ในเขตโทษไปชนเสาเข้าอย่างจัง แต่จังหวะต่อมา รูนี่ย์ ก็ยิงไปติดเซฟของเซซาร์ ซึ่งบอลกระฉอกออกมาถึงกิ๊กส์ ไหลต่อให้เบอร์บาตอฟ ในเขตโทษแต่ว่าก็ยังไม่ผ่านนายทวารจอมหนึบที่ยังใช้ขาเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด หลังจากนั้น อินเตอร์ ค่อยๆรวบรวมเกมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ส่งตัวเก๋าอย่างหลุยส์ ฟิโก้ ลงมาแทนเด็กอย่างบาโลเตลลี่ ที่เล่นไม่ออกในเกมระดับนี้ก็ทำให้เริ่มมีจังหวะได้กดดันหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอด อินเตอร์ ก็ทำไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว โดยแมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ความเก๋าประคองตัวไปเรื่อยๆจนหมดเวลาและได้รับชัยชนะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปด้วยผลรวม 2 นัด 2-0
รายชื่อผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, เนมันย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, พอล สโคลส์ (อันแดร์สัน น.70) , ไมเคิล คาร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, เวย์น รูนี่ย์ (พาร์ค ชี ซอง น.84)
อินเตอร์ : ฮูลิโอ เซซาร์, ไมคอน, อีบัน คอร์โดบ้า, วอลเตอร์ ซามูแอล, ดาวิเด้ ซานตัน, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริก วิเอร่า (ซุลลาย มุนตารี่ น.46) , เดยัน สแตนโควิช (อาเดรีย โน่ น.58) , มาริโอ บาโลเตลลี่ (หลุยส์ ฟิโก้ น.70) , ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ผู้ตัดสิน : โวล์ฟกัง สตาร์ค
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์รอบแรก นัดที่สอง (11 มี.ค.52)
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 อินเตอร์ มิลานสนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดประตู : 1-0 เนมันย่า วิดิช น.4, 2-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.49
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าถ้วยใบนี้ในฤดูกาลที่แล้ว ลงสนามในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อรับมือกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แชมป์อิตาลี โดยเกมแรกเสมอกันมา 0-0 ที่ซาน ซิโร่ ในเกมนี้ทางด้าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พกสถิติไม่ดีนักในการดวลกับโชเซ่ มูรินโญ่ โดยเคยชนะแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 13 นัดที่พบกัน ซึ่งเฟอร์กี้ ก็หวังจะเข้ารอบให้ได้จึงส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มสูบ ส่วนทางด้านอินเตอร์ มูรินโญ่ ทำเซอร์ไพรซ์ส่งกองหน้าวัย 18 ปี มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงสนามคู่กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช ข๊ณะที่แนวรับค่อนข้างมีปัญหาเพราะขาดทั้งคริสเตียน คิวู, มาร์โก มาเตรัซซี่ และนิโกล่าส์ บูร์ดิสโซ่ ที่ได้รับบาดเจ็บ ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูออกนำที่ต้องการอย่างรวดเร็ว จากจังหวะเล่นลูกเตะมุม โรนัลโด้ เปิดเข้ามาที่กลางประตูถึงวิดิช ที่ทะยานขึ้นโขกคนเดียวโล่งๆเข้าไปเป็นประตูนำ 1-0 โดนนำไปก่อนแบบนี้ อินเตอร์ ต้องพยายามเอาคืนทันที แต่ว่าทรงบอลดูจะสู้แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เพราะมีอิบราฮิโมวิช ตัวเดียวที่พอจะเล่นได้ ตรงข้ามยังเกือบโดนอีกลูกด้วยในช็อตที่ เอวร่า จ่ายทะลุช่องให้กิ๊กส์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนจะตบเข้ากลางมาโดนคอร์โดบ้า สกัดออกไปได้ ถึงนาทีที่ 27 อินเตอร์ ก็มาได้โอกาสสำคัญที่น่าจะได้ประตูตีเสมอจากลูกฟรีคิกระยะไกลที่เปิดเข้ามาถึง อิบราฮิโมวิช วิ่งสลัดตัวประกบได้ก่อนจะโขกกดลงพื้นและบอลไปชนคานก่อนกระดอนหลุดข้ามคานออกไป ช่วงที่เหลือของครึ่งแรกเกมไม่ค่อยจะมีอะไรมากนรัก ทำให้เกมจบลงที่ 1-0 ใน 45 นาที และอินเตอร์ ก็ต้องทำการปรับเกมในระหว่างพักครึ่ง โดยมูรินโญ่ ถอดวิเอร่า ออกและส่งซุลลาย มุนตารี่ ลงมาแทน แต่กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้แค่แป๊บเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่รูนี่ย์ เปิดจากมุมเขตโทษเข้ามา โรนัลโด้ สอดหาช่องขึ้นโขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ถึงตรงนี้ อินเตอร์ เต้นเป็นเจ้าเข้าเพราะต้องยิงถึง 2 ลูกจึงจะได้เข้ารอบและยังหาช่องเจาะไม่ได้เลย แต่กัมบิอัสโซ่ ก็ทำได้ดีในจังหวะยิงไกลให้ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องผวาปัดออกไป มูรินโญ่ ต้องแก้เกมอีกครั้งส่งอาเดรียโน่ ลงมาแทนสแตนโควิช และลงมาแค่ไม่นานหัวหอกบราซิล ก็เกือบช่วยทีมตีไข่แตกได้ทันที ในจังหวะที่วิ่งมากระโดดวอลเล่ย์ในเขตโทษไปชนเสาเข้าอย่างจัง แต่จังหวะต่อมา รูนี่ย์ ก็ยิงไปติดเซฟของเซซาร์ ซึ่งบอลกระฉอกออกมาถึงกิ๊กส์ ไหลต่อให้เบอร์บาตอฟ ในเขตโทษแต่ว่าก็ยังไม่ผ่านนายทวารจอมหนึบที่ยังใช้ขาเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด หลังจากนั้น อินเตอร์ ค่อยๆรวบรวมเกมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ส่งตัวเก๋าอย่างหลุยส์ ฟิโก้ ลงมาแทนเด็กอย่างบาโลเตลลี่ ที่เล่นไม่ออกในเกมระดับนี้ก็ทำให้เริ่มมีจังหวะได้กดดันหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอด อินเตอร์ ก็ทำไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว โดยแมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ความเก๋าประคองตัวไปเรื่อยๆจนหมดเวลาและได้รับชัยชนะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปด้วยผลรวม 2 นัด 2-0
รายชื่อผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, เนมันย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, พอล สโคลส์ (อันแดร์สัน น.70) , ไมเคิล คาร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, เวย์น รูนี่ย์ (พาร์ค ชี ซอง น.84)
อินเตอร์ : ฮูลิโอ เซซาร์, ไมคอน, อีบัน คอร์โดบ้า, วอลเตอร์ ซามูแอล, ดาวิเด้ ซานตัน, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริก วิเอร่า (ซุลลาย มุนตารี่ น.46) , เดยัน สแตนโควิช (อาเดรีย โน่ น.58) , มาริโอ บาโลเตลลี่ (หลุยส์ ฟิโก้ น.70) , ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ผู้ตัดสิน : โวล์ฟกัง สตาร์ค
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น