วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ขอร่วมไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง

ชีวิตของคนเราไม่แน่นอนจริง ๆ ดังเช่นกรณีเฮลิคอปเตอร์ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประสบอุบัติเหตุตกที่จังหวัดน่าน ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจโครงการปิดทองหลังพระ ที่ภูพยัคฆ์ เมื่อเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2553 ทำให้ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวง พร้อมคณะอีก 4 คน จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

โดยเฉพาะ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช นั้น เป็นบุคคลที่ข้าราชการให้ความเคารพนับถือ ยกย่องในเรื่องความเก่ง และใจซื่อ มือสะอาดคนหนึ่ง ขอย้อนรำลึกถึงคุณงามความดีตลอดชั่วชีวิตของ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช

ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2493 เป็นคนอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม จบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (สุขาภิบาล) รางวัลเหรียญทอง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ. 2515 ก่อนจะเข้าทำงานในบริษัทเอกชนเป็นเวลา 3 ปี จากนั้นได้ทุน ก.พ. ต่อปริญญาโท และปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์ ด้านการจัดการคุณภาพน้ำ มหาวิทยาลัย Tulane สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2523

เมื่อศึกษาจบปริญญาเอก ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ได้กลับมารับราชการที่กองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2523 ซึ่งตรงกับวันข้าราชการพลเรือน โดย ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ดำรงตำแหน่งเป็นนักวิชาการสิ่งแวดล้อม 4 แล้วไต่เต้าขึ้นมาจนเป็นผู้อำนวยการกอง, รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ


ต่อมามีการแยกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ออกจากกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช จึงได้รับเลือกให้เป็นรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนขึ้นเป็นปลัดกระทรวง หลังการปฏิรูประบบราชการในปี
2548-2550

ก่อนที่ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช จะขอย้ายไปรับราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา และจะมีอายุครบ 60 ปี ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ก่อนจะเกษียณอายุราชการในปี 2554 (เนื่องจากเกิดหลังวันที่ 30 กันยายน)


สำหรับชีวิตครอบครัว ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช สมรสกับนางปิยดา ตรีเดช มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ นายชาญวิทย์ ตรีเดช ได้รับทุน ก.พ. กำลังศึกษาปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่วิทยาลัยอิมพีเรียล ลอนดอน สหราชอาณาจักรอังกฤษ และนายศักดา ตรีเดช กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยบรูเนล สหราชอาณาจักรอังกฤษ

ผลงานของ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช มีมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนนโยบายยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ที่เรียกได้ว่าเป็น "มือหนึ่ง" มีผลงานโดดเด่น เช่น การผลักดัน พ.ร.บ. ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535, การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ), การผลักดันโครงการดาวเทียมธีออส ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า รวมทั้งสนับสนุนให้มีโครงการจัดตั้งป่าชุมชนรอบเขตป่าอนุรักษ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีผลงานชิ้นโบแดงล่าสุด ที่ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช เป็นหนึ่งในคณะที่ร่วมเดินทางไปประชุมเรื่องเขาพระวิหารที่ประเทศบราซิล กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมต.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ได้รับเสียงชื่นชมจากหลายฝ่ายว่า เป็นคนเก่ง และมีความรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถ และเป็นข้าราชการที่มีประวัติดีมาโดยตลอด ทำให้มีการเตรียมเสนอชื่อ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช เป็นบุคคลดีเด่นของชาติ ในสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2553 อีกด้วย

แต่ทว่า...ขณะที่ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช และคณะ กำลังเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ "ปิดทองหลังพระ" ที่จังหวัดน่าน ไม่มีใครคาดคิดว่า ภารกิจ "ปิดทองหลังพระ" จะเป็นภารกิจสุดท้ายในชีวิตของ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของข้าราชการ ตั้งแต่ที่ทราบข่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวหายไปจากจอเรดาห์ จนกระทั่งพบศพในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ ข้าราชการ สื่อมวลชน และคนสนิทต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช เป็นคนใจดีมาก และมีชีวิตเรียบง่าย ในวันหยุด บางครั้งท่านก็จะสวมกางเกงขาสั้นเสื้อยืด และท่านยังเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เดินเข้ามาทักทายเจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงอย่างเป็นกันเองอยู่บ่อยครั้ง

ขณะที่นายสราวุธ ประยีกูล คนขับรถประจำตัวของ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ก็ยืนยันเช่นกันว่า ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช เป็นคนดีมาก รักลูกน้อง ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง และมักจะทานข้าวกล่องในรถเป็นประจำ ไม่ได้ทานอาหารดี ๆ เพราะมีงานต้องทำมาก

ทั้งนี้ ปลัด ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ได้เคยเขียนในแบบเสนอผลงานบุคคลดีเด่นของชาติ ไว้ตอนหนึ่งว่า


"เมื่อเส้นทางชีวิตเดินทางมาถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้าพเจ้าตระหนักในเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการมาตลอดชีวิต ว่า การทำหน้าที่ราชการอย่างสมบูรณ์เพื่อประโยชน์สุขอันประเสริฐของพี่น้อง ประชาชน บนรากฐานของการใช้ความรู้สติปัญญาอย่างเต็มกำลังความสามารถ ควบคู่กับสุจริตแห่งมโนธรรมและศีลธรรม เป็นสิ่งนำมาซึ่งเกียรติยศและความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิตข้าราชการคนหนึ่ง โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ จะมีคุณค่าเทียบเท่า และข้าพเจ้าเชื่อว่าสิ่งนี้ คือ เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพวกเราทุกคนยึดมั่นและภาคภูมิใจอยู่เหนือสิ่งอื่นใด"

การสูญเสีย ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช มิใช่เพียงแค่การสูญเสียคนเก่งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียคนดี คนเก่ง คนหนึ่งของชาติ ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปครั้งนี้ของ ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช มา ณ ที่นี้
-----------------------------------------------

ประวัติการศึกษา ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช

ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านเชียงยืน ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม

วิทยาศาสตรบัณฑิต (สุขาภิบาล) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับรางวัลเหรียญทอง

Master of Public Health (Environmental Health)
จาก Tulane University, U.S.A. โดยทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.)

Doctor of Science
จาก Tulane University, U.S.A. โดยทุน ก.พ. โดยได้รับรางวัล Jacob C. Geiger Award สำหรับ The Best Doctoral Thesis

ประกาศนียบัตรหลักสูตรนักบริหารพัฒนาระดับสูง รุ่นที่ 1 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ประกาศนียบัตรหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 2 จากสำนักงาน ก.พ.

ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 41

ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) มหาวิทยาลัยมหิดล

ประกาศนียบัตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) รุ่นที่ 12 จากสำนักงาน ก.พ. / NECTEC.

ประวัติการทำงาน ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช


ทำงานบริษัทเอกชนตำแหน่ง Chief of Entomology Section (Facility Engineering Supervisor) บริษัท AMPAC Maintenance Company (ประเทศไทย) พ.ศ. 2515 - 2518

พ.ศ. 2518 - 2523 ศึกษาต่อระดับปริญญาโท - เอก โดยทุนรัฐบาล (ทุน ก.พ) ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

เริ่มราชการเป็นนักวิชาการสิ่งแวดล้อม 4 กองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อ 1 เมษายน พ.ศ. 2523

ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2531 - 2532)

ผู้อำนวยการกองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2532 - 2533)

ผู้อำนวยการกองประสานการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2533 - 2535) (เปลี่ยนเป็นสำนักงานนโยบายและสิ่งแวดล้อม เมษายน พ.ศ. 2535)

รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม เมื่อเมษายน (พ.ศ. 2535) สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2535 - 2539)

เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2539 - 2542)

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (พ.ศ. 2542)

เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2543)

รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2544 - 2545)

รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2545 - 2548)

ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2548 – กันยายน พ.ศ. 2550)

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (1 ตุลาคม 2550 - สิงหาคม พ.ศ. 2553)

เกียรติประวัติอื่น


เป็นนักเรียนทุนเด็กฉลาดของจังหวัดมหาสารคาม และได้รับทุนนักศึกษาเรียนดีเด่นของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2518 - 2523 ได้รับทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท - เอก ทางด้านสาธารณสุขศาสตร์และอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามความต้องการของรัฐบาลไทย

พ.ศ. 2537 ได้รับรางวัลวิจัยดีเด่น จากสภาวิจัยแห่งชาติ

พ.ศ. 2540 ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ "นักบริหารดีเด่น" ประจำปี 2540 สาขานักบริหารจัดการและบริหารด้านสิ่งแวดล้อม จากมูลนิธิเพื่อสังคมไทย

พ.ศ. 2540 ได้รับรางวัล "บุคคลดีเด่นจังหวัดมหาสารคาม" จากสโมสรโรตารี่จังหวัดมหาสารคาม

พ.ศ. 2540 ได้รับรางวัล "ศิษย์เก่าดีเด่น" คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2541 ได้รับรางวัล "ศิษย์เก่าดีเด่น" คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2545 ได้รับรางวัล "โล่สามศร" เครื่องหมายเกียรติยศ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สำหรับผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2549 ได้รับรางวัล "มหิดลทยากร" สำหรับ "ศิษย์เก่าดีเด่น" ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปถมาภรณ์มงกุฎไทย ปถมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ และมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ในปี พ.ศ. 2537, 2540, 2543 และ 2548 ตามลำดับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น