วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2549

ใบแดง แสลงใจ



หากใครได้ชมเกมที่ทีมชาติโปรตุเกส เฉือนเอาชนะ ฮอลแลนด์ 1-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว จะต้องบอกว่า นี่เป็นเกมที่สนุกและตื่นเต้นที่สุดอีกเกมหนึ่ง เท่าที่เคยได้เบิ่งตาดูมา!
หากใครไม่ได้ชมเกมคงจะบอกว่า อะไรเพ่ แค่ชนะกันเพียงแค่ลูกเดียว มันจะสนุกอะไรหนักหนา
แต่ถ้าใครได้ติดตามดูการถ่ายทอดในเกมนี้แล้ว คงต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันส์พะยะค่ะแน่นอนในเกมที่งสังเวียน ฟรังเค่น สตาดิโอน ในเมืองเนิร์นแบร์ก เป็นเกมที่เร้าใจที่สุดเพราะว่า นักเตะของแต่ละทีมมีการชิงไหวชิงพริบกันอย่างถึงพริกถึงขิง แถมยังเล่นกันดุเดือดจนผู้ตัดสินบ้าจี้แจกใบเหลืองและใบแดงปลิวว่อนสนาม
นับจากนี้เป็นต้นไป ประชากรบนโลกใบนี้จะต้องจดชื่อของกรรมการหน้าตาเจี๊ยมเจี้ยนที่มีนามว่า วาเลนติน อิวานอฟ จากแดนหมีขาว รัสเซีย อย่างแน่นอน เพราะพี่ท่านดันทะลึ่งทำสถิติแจกใบเหลืองรวมกันทั้งหมด 16 ใบและใบแดงอีก 4 ใบ อันเป็นสถิติใหม่ในศึกโม่เกือกฟุตบอลโลก นั้บตั้งแต่ที่มีการสถาปนากันมาตั้งแต่ปี 1930 เลยทีเดียว
แม้ว่าในเกมนี้ ทีมลูกหนังฝอยทอง จะเป็นทีมที่เอาชนะ 1-0 จากการทำประตูของ มานิตย์ น้อยเวท เอ๊ย มานิช มิดฟิลด์จอมยิงไกล ตั้งแต่นาทีที่ 23แต่ไฮไลต์ของเกมนี้เป็นการทำหน้าที่ของ อิวานอฟ มากกว่า!
กรรมการจากรัสเซีย รายนี้นอกเหนือจากจะแจกใบเหลืองรวมกัน 16ใบแล้วยังแจกใบแดงให้กับผู้เล่นทั้ง 2 ทีมรวมกันอีก 4 รายด้วย
รายแรกที่โดน 2 ใบเหลืองเท่ากับเป็นใบแดงคือ คอสตินญ่า มิดฟิลด์ตัวตัดเกมของ โปรตุเกส
ก่อนที่ "เดอะ แคนนิบัล" คาลิด บูราห์ลูซ กองหลังของทีม "ฟลาย อิ้ง ดัตช์แมน" จะออกจากสนามไปอีกราย หลังได้ใบเหลืองที่ 2 จากการไปชักศอกใส่หน้าของ หลุยส์ ฟิโก้ จอมทัพกัปตันทีมชาติโปรตุเกส
เท่านั้นยังไม่พอ อิวานอฟ ยังไม่สนุกมือมาไล่นักเตะออกจากสนามอีกฝั่งละคน คือ เดโก้ ซูซ่า เพลย์เมกเกอร์ของทีม โปรตุเกส ที่ได้ใบเหลืองที่ 2 จากการทำผิดแค่เจตนาถือบอลถ่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ก่อนที่ โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ วิงแบ๊กซ้ายทีมชาติฮอลแลนด์ ที่โดนไล่ออกในช่วงท้ายเกม
และจากผลงานชิ้นโบว์ดำของ อิวานอฟ ในครั้งนี้ได้รับการวินิจฉัยจากท่านประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เซปป์ แบล็คเตอร์ ทันทีโดย แบล็เตอร์ ถึงกับควันออกหู ออกงิ้วด่าเปิงการทำหน้าที่ของ อิวานอฟ แบบไม่ไว้หน้าเลยทีเดียว โดยถึงกับพูดว่าถ้าหากนักเตะที่ทำผิดแล้วจะต้องโดนใบเหลืองหรือใบแดง ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ผิดพลาดก็ต้องให้ใบเหลืองสำหรับตัวเองด้วยเช่นกัน แบล็ตเตอร์ ได้ให้ทรรศนะว่า
"ผมมองว่าในวันนี้ (เกมที่ โปรตุเกส พบ ฮอลแลนด์) ผู้ตัดสินคนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่อยู่ในระดับเดียวกับมุมมองของผู้ชมและนักเตะแต่อย่างใด ซึ่งถ้าหากผู้ตัดสินทำผิดพลาดแล้วก็จะต้องให้ใบเหลืองแก่ตัวด้วยเช่นกัน"
"เกมนี้เป็นเกมแห่งความรู้สึก ที่มีความตื่นเต้นและลุ้นระทึกเป็นพิเศษไปจนกระทั่งจังหวะสุดท้ายและผู้ชนะก็สมควรแล้วที่เป็นผู้ชนะ รวมทั้งยังเป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมด้วย แต่ว่ากลับมาถูกปิดกั้นอรรถรสโดยผู้ตัดสินซึ่งทำหน้าที่ได้แบบไม่สม่ำเสมอและมีบางครั้งที่ตัดสินแบบค้านสายตาด้วย" ประธานชาวสวิส ระบุ
ขณะที่ มาร์โก ฟาน บาสเท่น กุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งวันนั้นได้ดร็อป รุด ฟาน นิสเตลรอย เอาไว้ข้างสนาม ได้ตำหนิการกับดูแลผู้เล่นของ อิวานอฟ เช่นกัน โดยกล่าวว่า
"น่าเสียดายเช่นกันที่ผู้ตัดสินรายนี้ได้มาทำให้เกมนี้หมดสนุกไปเนื่องจากไม่มีการเล่นฟุตบอลกันเลยในช่วงครึ่งหลัง ผมคิดว่าในช่วงครึ่งหลังพวกเราได้เล่นฟุตบอลกันเพียงแค่ 20-25 นาทีเท่านั้น"
"โปรตุเกสได้ใช้ประสบการณ์ของพวกเขา อาทิ ลูกเล่นของพวกเขาและการถ่วงเวลา พวกเราไม่ได้เล่นฟุตบอลกันเลย และมันก็ไม่สมควรเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก" อดีตหัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ ชุดแชมป์ ยูโร 1988 ที่ประเทศเยอรมนี กล่าวแบบเซ็งๆ
ส่วนทางด้าน "บิ๊กฟิล" หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ โค้ชชาวบราซิเลียน ของทีมชาติโปรตุเกส ก็แสดงอาการไม่พอใจการทำหน้าที่ของคุณ อิวานอฟ เช่นกัน โดยให้สัมภาษณ์ว่า เขาพอใจที่ทีมตัวเองได้รับชัยชนะ แถมยังมีคำคุยอีกต่างหากว่าเกมยากๆแบบนี้ถือว่าประสบการณ์ในการทำทีมในอเมริกาใต้ช่วยพวกเขาเอาไว้ได้เยอะเลยทีเดียวเชียวล่ะ
"บางครั้งเกมฟุตบอลก็เหมือนกับสงคราม" สโคลารี่ เอ่ย
"มันก็เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอล โคปา อเมริกา นั่นแหละและผมก็คุ้นเคยกับมันดีอยู่แล้ว"
ขณะเดียวกัน กุนซือชาวเมืองกาแฟ ได้เพิ่มเติมว่า เขาไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใดกับการสูญเสียผู้เล่นหลายคนแถมยังมีนักเตะถูกคาดโทษอีกหลายหน่ออีกด้วย ในเกมที่จะพบกับทีมชาติ อังกฤษ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เพราะเขาคิดว่ามีนักเตะที่สามารถทดแทนกันได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว พร้อมกับได้ปกป้อง หลุยส์ ฟิโก้ ด้วยที่เอาหัวไปโขกใส่ มาร์ค ฟาน บอมเมล กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งโชคดีที่ ฟิโก้ ได้เพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น แต่ยังไงเสียภาพรีเพลย์ก็ยังมีอยู่ซึ่งอาจจะทำให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เข้ามาพิจารณาและมีบทลงโทษในเวลาต่อมาก็เป็นได้
ส่วน ฟาน บอมเมล กล่าวว่า
"พวกเขา (โปรตุเกส) ไม่ได้ฉลาดไปกว่าพวกเราเลย แต่ผู้ตัดสินกลับปล่อยให้เกมเป็นไปตามที่นักเตะโปรตุเกสต้องการ ถ้าหาก ฟิโก้ เอาหัวโขกคุณและเขาได้แค่ใบเหลืองเท่านั้น ขณะที่ บูลาห์รูซ กลับได้รับใบเหลืองที่ 2 ในเวลาต่อมาแล้ว ผมคิดว่า ฟิโก้ ก็สมควรถูกไล่ออกไปยังห้องแต่งตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดในครั้งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยในศึกฟุตบอลโลก"
ทั้งนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงมันปะทุขึ้นมาตั้งแต่ที่มีการดร็อปบอล ซึ่งตามมารยาทแล้ว ฮอลแลนด์ ต้องส่งบอลคืนให้กับนักเตะโปรตุเกส แต่นักเตะ "อัศวินสีส้ม" กลับเล่นต่อไป ก่อนที่ เดโก้ ซูซ่า เพลย์เมกเกอร์จะออกอาการยัวะ วิ่งไปตัดเกมใส่ จอห์นนี่ ไฮติงก้า กองหลังของ ฮอลแลนด์ จนก่อให้เกิดเรื่องราวหลายเหตุการณ์ตามมา โดย "บิ๊กฟิล" ยังได้อ้อนสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสให้ทำเรื่องไปยัง ฟีฟ่า เพื่อให้อุทธรณ์ใบเหลืองแรกของ เดโก้ ด้วย เพื่อให้ได้ลงเล่นได้ในเกมที่พบกับอังกฤษ หลังเชื่อว่าเดโก้ ได้รับใบเหลืองจากความผิดพลาดของผู้ตัดสิน
อย่างไรก็ตาม สโคลารี่ ก็เพิ่งจะได้รับข่าวดี เมื่อ ฟิโก้ ไม่โดนลงดาบจาก ฟีฟ่า ในกรณีที่เอาหัวโขกใส่ บูลาห์รูซ ก่อนที่ "บิ๊กฟิล" จะเหน็บแนมทิ้งท้ายว่า ถ้าหากนักเตะ ฮอลแลนด์ พูดว่าพวกเขาใช้ร้อยเล่ห์ใส่แล้วก็น่าจะไปดูตัวเองด้วยเช่นกัน
สุดท้ายไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม โปรตุเกส ก็สามารถลอยลำเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนั่ลได้สำเร็จ แต่ว่าในเกมที่จะพบกับอังกฤษ ในสนาม เวลติน อารีน่า ในเมืองเกลเซ่นเคียร์เช่น ในวันเสาร์นี้ เชื่อแน่ว่า ฟีฟ่า คงไม่บ้าจี้ให้ อิวานอฟ ลงทำหน้าที่ต่อไปอย่างแน่นอน
และอาจจะรวมไปถึง เกรแฮม โพลล์ ด้วย

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ01 กรกฎาคม, 2549 18:42

    ในที่สุด ทีมโปรตุเกสก็สมควรเป็นผู้ชนะ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ05 กรกฎาคม, 2549 23:05

    ชนะอังกฤษในรอบต่อมา และรอบตัดเชือกคืนนี้ จะเจอกับฝรั่งเศสซึ่งชนะบราซิลทีมเต็งหนึ่ง มา 1 ประตูต่อ 0 ข่าวว่า ทีมฝรั่งเศสเป็นต่ออื้อซ่า...แต่ยังไงก็ลูกกลมๆ ไม่เข้าใครออกใครล่ะ เชียร์โปรตุเศสอยู่นะ

    ตอบลบ