ความเป็นมาของบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือนหก ทำขึ้นเพื่อเป็นการบูชาเทพยดาอารักษ์หลักบ้านหลักเมือง เพื่อให้ฟ้าฝนตกตามฤดูกาล เพื่อให้ทำไร่ทำนาได้อุดมสมบูรณ์ และบูชาพญาแถน (เทวดา) ผู้ให้ฝนด้วย
บั้งไฟ ความหมายก็คือบั้งหรือกระบอกที่ตอกด้วยหมื่อ สมัยนี้ไม่ค่อยใช้ลำไม้ไผ่กัน แต่หันมาใช้ท่อแป็บกัน เพราะมาตรฐานและทนทานดี หมื่อก็คือกัมมะถัน ประกอบด้วยดินประสิวคั่วผสมกับถ่านตำให้แหลกละเอียดก่อนนำไปให้อัดแน่น หรือแดกให้แน่นติ๊กที่สุดในบั้งที่เตรียมไว้
สาเหตุที่ทำ เพื่อเป็นการสักการะบูชาพระยาแถน ซึ่งคนลาวและคนไทยอีสานเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฝน ถ้าได้จุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาเทพเจ้าองค์นี้แล้วจะบันดาลให้ฝนตกลงมาตามฤดูกาลและมีปริมาณเพียงพอแก่การปลูกพืชพันธุ์ ธัญญาหาร มีเรื่องเล่าว่า ณ บนสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพบุตรนามว่า วัสสการเทพบุตร เทพเจ้าองค์นี้เป็นผู้ดูแลน้ำฟ้า น้ำฝน จะตกหรือไม่ก็อยู่ที่เทพเจ้าองค์นี้ ใครทำถูก ทำชอบ ท่านก็จะประทานน้ำฝนให้ ใครทำไม่ถูกไม่ชอบท่านก็ไม่ให้ สิ่งที่ท่านเทพเจ้าองค์นี้ชอบคือการบูชาไฟ ใครบูชาไฟถือว่าบูชาท่านจะทำให้ฟ้าฝนตกลงมาตามฤดูกาล อาศัยเหตุนี้คนจึงพากันทำ การบูชาไฟด้วยการทำบั้งไฟ คือเป็นประเพณีทำบุญบั้งไฟมาจนทุกวันนี้
พิธีกรรม ชาวบ้านจะประชุมตกลงกันกำหนดวันนัดหมายวันที่จะทำบุญบั้งไฟผู้ที่เป็นช่างจะจัดหาท่อแป็ปพอเหมาะ คือแล้วแต่จะเอาเป็นบั้งไฟหมื่น หรือบั้งไฟแสน หรือบั้งไฟธรรมดา ๆ พอได้แล้วก็เอาถ่านคั่วขี้เจียประสมตำเป็นหมื่อ
การทำบั้งไฟมาแข่งขันกัน แบ่งออกตามขนาดที่กำหนด เช่น บั้งไฟหมื่น จะมีหน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสน จะมีน้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม
เมื่อถึงวันโฮม ชาวบ้าน ญาติโยมจะทำบุญเลี้ยงพระเพล และตอนประมาณบ่าย 3 โมงเย็น ทางวัดจะตีกลองเป็นสัญญาณบอกให้ทุกๆ คนนำบั้งไฟมารวมกันที่วัดแล้วเริ่มตั้งขบวนแห่โดยเริ่มจากจุดใดจุดหนึ่งซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นขบวนแห่ แล้วก็นำรถที่บรรทุกใส่บั้งไฟเป็นขบวนแห่ให้ประชาชนดูรอบๆ แล้วนำไปไว้ที่วัด ในการแข่งขันบั้งไฟจะมีคนมาร่วมขบวนแห่จำนวนมาก อาจจะมีการแสดงจะมีการแสดงท่าทางต่างๆ ทั้งตลก เช่น ทำอวัยวะของชายหญิงคู่กัน ทำหัวโต เช่นที่พ่อของท่านสอนประจันทร์ทำเป็นตัวอย่าง ไอเดียดีจริง ๆ เป็นการสร้างสีสันในงานเป็นอย่างมาก
ในวันรุ่งขึ้น จะมีการทำบุญตักบาตร แต่ส่วนมากก็จะเอาแต่เมากับเมาตลอด โดยเฉพาะพวกผู้ชายจนกว่าจะมีการจุดบั้งไฟ ถ้าบั้งไฟของใครขึ้นก็จะร้องไชโย หามแห่เจ้าของบั้งไฟ แต่ถ้าบั้งไฟของใครซุ ก็จะหามลงโคลน หรือบางทีขึ้นหรือไม่ขึ้นก็หามลงตมเหมือนกัน
ในงานบุญบั้งไฟนี้ จะมีการแข่งขันกัน ทุกวันนี้ไม่ทำเฉพาะบ้านใครบ้านมันเท่านั้น ยังมีบ้านอื่นทำบั้งไฟมาแข่งด้วย เช่น มาจากโพธิ์ทะเล ทีมนี้มาเอารางวัลกลับไปทุกปี ขั้นตอนการดูบั้งไฟของใครจะขึ้นนานกว่ากัน นี่แหละมนต์เสน่ห์ของงานนี้ ซึ่งต้องแหงนหน้ามองกันเป็นเวลาหลายนาทีเหมือนกัน แต่เขาจะจับเวลากันเป็นวินาที บางบั้งอาจจะเป็น 400-500 วินาทีก็มี
นอกจากนี้ยังแอบสังเกตมีกลุ่มเล็ก ๆ เล่นทายผลบั้งไฟกัน ก็จะมีเจ้ามือใหญ่ล่ะ คอยรับทายผล จะมีอัตราการแทง เช่น บั้งลำดับนี้ จะซุ, จะขึ้นไม่ถึง 200 วิ, ไม่ถึง 250 วิ, ไม่ถึง 300 วิ, ฯลฯ
การจับเวลา จะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะงานนี้ จะมีการพากษ์ไปด้วยลีลาที่สุดมันส์มากๆๆๆๆ ทั้งตลก ทั้งเป็นเรื่องเป็นราวไปเรื่อย เช่น "ตอนนี้ กำลังนอนหงายไป หงายมา อ้าว พลิกตัวแล้วๆ ......อ้าว สะบัดหัว... สะบัดขา...."
เกณ์การให้คะแนน คร่าว ๆ ก็มีดังนี้ ซุ หรือ หลูเถียด จะไม่ได้คะแนน, ขึ้นไปแล้วแตกระเบิด ได้เท่ากับ 200 วิ, ขึ้นไปแล้วหาย ได้เท่ากับ 200 วิ, นอกจากนั้นก็จะจับเวลา จนกว่าบั้งไฟจะตกลงสู่พื้น.......
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น