วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2549

โรงเรียนโพธิสังวรวิทยา วัดสกุณปักษี

      วัดสกุณปักษี มีชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดนกกระจอก” เนื่องจากบริเวณโดยรอบวัดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมทำนา มีแหล่งน้ำและอาหารสมบูรณ์ทำให้เป็นที่รวมกลุ่มของนกต่าง ๆ จำนวนมากตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณวัดเคยเป็นที่รวมตัวของฝูงนกกระจอกจำนวนมาก วัดนกกระจอกหรือวัดสกุณปักษีสร้างประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๘ ในปัจจุบันมีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ชนบทซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตรและการค้าขายทั่วไป ทำเลที่ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำท่าว้า ต.ตลิ่งชัน
อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และมีคลองชลประทานขนาบอยู่อีกด้านหนึ่งของวัด บริเวณวัดมีเนื้อที่ประมาณ ๑๕ ไร่เศษ พระครูสุวรรณวชิรธรรม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
      การเดินทางจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีไปยังวัดสกุณปักษี ในปัจจุบันทำได้โดยสะดวกโดยใช้ ทางหลวงสายสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ มุ่งสู่ที่ตั้งอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จนถึงทางแยกท่าเสด็จจะพบทางแยกขวามือเป็นถนนเลียบคลองชลประทานตรงเข้าสู่วัดสกุณปักษี ประมาณ 3 กิโลเมตร คิดระยะทางรวมทั้งสิ้นจากตัวเมืองสุพรรณบุรีถึงวัดสกุณปักษีประมาณ ๓๐ กิโลเมตร
      ปัจจุบันวัดสกุณปักษีจัดการศึกษา ๔ ประเภทดังนี้
      ๑. ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดสกุณปักษี
      ๒. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าข้าม
      ๓. โรงเรียนเอกชนการกุศลวัดสุกณปักษี
      ๔. โรงเรียนโพธิสังวรวิทยา (พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา)
      ทั้งนี้ ลำดับการจัดตั้งสถานศึกษาอบรมต่าง ๆ ข้างต้น ได้แก่
      (๑) การเปิดโรงเรียนโพธิสังวรวิทยา เพื่อสอนหลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาแก่ภิกษุสามเณร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖
      (๒) การเปิดศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ เพื่อดูแลอบรมเด็กก่อนวัยเรียนที่จะเข้าศึกษาในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับต่อไป ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๖ จนถึงปัจจุบัน
      (๓) การเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าข้าม ตามโครงการร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และ
     (๔) การเปิดโรงเรียนเอกชนการกุศลวัดสกุณปักษีเพื่อสอนหลักสูตรสามัญศึกษาแก่เด็กในวัยเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐-ปัจจุบัน
      ในการจัดการศึกษาสำหรับเยาวชนในละแวกชุมชนใกล้เคียงให้สามารถมีสถานที่ศึกษาเล่าเรียนอย่างเป็นทางการภายในวัดด้วยความต่อเนื่องจากช่วงวัยก่อนประถมศึกษา, ประถมศึกษา และมัธยมศึกษานั้น วัดสกุณปักษีดำเนินการโดยอาศัยหลักสำคัญพอสรุปได้ดังนี้
      ๑. การใช้ทรัพยากรทางวัตถุและทรัพยากรทางการเงินนอกงบประมาณภาครัฐไปผสมผสานเพิ่มเติมเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่าง ๆ ตามสถานการณ์ ความจำเป็นประกอบกับฐานงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนภาครัฐตามที่กฎหมายกำหนด
      ๒. การจัดตั้งโครงสร้างองค์กรแบบรูปนัยตามหลักการบริหารที่กำหนดโดยเงื่อนไขเชิงระเบียบและกฎหมายของภาครัฐเพื่อขอรับการอนุญาตให้สามารถดำเนินการจัดการศึกษาโดยวัดได้อย่างเป็นทางการ
      ๓. การผสมผสานบูรณาการวิธีบริหารจัดการงบประมาณ, การบริหารบุคคล และการบริหารการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามสถานการณ์โดยประยุกต์ใช้ทั้งรูปแบบการบริหารองค์กรรูปนัย ประกอบกับการบริหารความสัมพันธ์เชิงองค์กรแบบอรูปนัย ให้สามารถดำรงรักษากิจกรรมการจัดการศึกษา
ต่าง ๆ ของวัดต่อเนื่องได้ในระยะยาว เช่น การใช้เงินที่มีผู้บริจาคให้เจ้าอาวาสมาสมทบจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้ครูอาจารย์ที่เป็นฆราวาสในบางเดือน, การขอความอนุเคราะห์จากผู้มีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ และชุมชนกับท้องถิ่นละแวกใกล้เคียงกับวัดให้ช่วยกันสนับสนุนอาหารสำหรับเลี้ยงดูนักเรียนภายในวัด, การจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อระดมวัสดุอุปกรณ์การเรียนมาแจกจ่ายให้นักเรียนของวัด เป็นต้น
      สำหรับโรงเรียนพระปริยั ติธรรมแผนกสามัญศึกษา “โรงเรียนโพธิสังวรวิทยา” ได้รับอนุมัติจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ให้ เปิดสอนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาตาใบอนุญาตเลขที่ ๑๐๕/๒๕๒๖ อาศัยอำนาจในข้อ ๔ แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยความเห็นชอบของประธานสภาการศึกษาคณะสงฆ์
      กระทรวงศึกษาธิการ อนุญาตให้วัดสกุณปักษี โดยมีพระมหาบุญเชียร เตชธมฺโม ตำแหน่งเจ้าอาวาส อายุ ๓๕ ปี พรรษา ๑๕ จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาสำหรับพระภิกษุ-สามเณร ขึ้นที่วัดสกุณปักษี เลขที่ ๒๘๗/๑ ม. ๑ ถนนโพธิวรคุณ ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
      โรงเรียนโพธิสังวรวิทยา เปิดให้การศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร เพื่อศึกษาเล่าเรียนทั้งคดีโลก-คดีธรรม ควบคู่กันไปโดยเปิดเรียนทั้ งแผนกธรรม-แผนกบาลี แผนกธรรมตั้งแต่นักธรรมชั้นตรี-เอก แผนกบาลี ตั้งแต่ชั้นบาลีไวยากรณ์-เปรียญธรรม ๕ ประโยค แผนกสามัญศึกษาเปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย
      โรงเรียนโพธิสังวรวิทยาเปิดทำการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเมื่อวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ มีนักเรียนรุ่นแรกเป็นจำนวน ๑๗๐ รูป การจัดการเรียนการสอนเมื่อเริ่มแรกเปิดโรงเรียนยังไม่มีอาคารเรียนโดยเฉพาะแต่ใช้ศาลาการเปรียญและศาลาฌาปนกิจซึ่งหลวงพ่อโพธิสังวร (วัดโพธินิมิต กรุงเทพฯ) สร้างให้เป็นสถานที่เรียนชั่วคราวมี ๔ ห้องเรียน
      บันทึกความจำของพระครูสุวรรณวชิรธรรม อธิบายถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการดำเนินการโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาในช่วง ๒-๓ ปีแรก ว่า
      “โรงเรียนโพธิสังวรวิทยาได้รับการอนุญาตให้เปิดทำการเรียนการสอนได้ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นรุ่นแรกโดยมีนักเรียนเข้าเรียนถึง ๑๗๐ รูป ซึ่งเป็นจำนวนที่มากสำหรับวัดในชนบท ทำให้เกิดปัญหาเรื่องอาหารขบฉัน หลวงพ่อจึงได้ซื้อรถบัส ๒ คัน จำนวนเงิน ๔๔๐,๐๐๐ เพื่อที่จะใช้เป็นยานพาหนะทั้งในการบิณฑบาตในตัวจังหวัดสุพรรณบุรี และต่างจังหวัด ที่ต้องบิณฑบาตในต่างจังหวัดนั้นส่วนหนึ่งก็เพื่อจะได้ประกาศบอกบุญแก่ญาติโยมเพื่อจะมาเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้า-เพล และเพื่อจะได้ปัจจัยมาใช้จ่ายให้การจัดการเรียนการสอน เพราะในปีแรกนั้นทางโรงเรียนไม่ได้รับงบประมาณอุดหนุน มาได้ในปีที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ประมาณ ๗,๐๐๐ บาท และในปีที่ ๓ จำนวน ๑๒,๐๐๐ บาท”
      การแสวงหางบประมาณนอกเหนือจากการอุดหนุนโดยรัฐเป็นภาระงานสำคัญที่ผู้บริหารวัดและโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาต้องดำเนินการท่ามกลางเงื่อนไขข้อจำกัดงบประมาณอุดหนุนจากรัฐ
การสนับสนุนอุปการะจากพระโพธิสังวรเถระ (หลวงพ่อโพธิฯ) ตามที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งทุนสนับสนุนการก่อตั้งดำเนินการโรงเรียนในระยะแรก นอกเหนือไปจากนั้น โรงเรียนโพธิสังวรวิทยายังต้องการงบประมาณสำหรับใช้จ่ายหมุนเวียนอีกเป็นจำนวนมากกว่าที่ได้รับจากเงินอุดหนุนโดยรัฐการแสวงหาปัจจัยอาหารและงบประมาณหมุนเวียนสนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาในลักษณะดังกล่าวดำเนินควบคู่กับความพยายามในการระดมทุนสำหรับก่อสร้างอาคารเรียนถาวรซึ่งผู้บริหารวัดใช้เวลาประมาณ ๓ ปีในการก่อสร้างตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคารเรียน ๓ ชั้นใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้นราว ๔,๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ
      การบริหารจัดการโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาโดยอาศัยการระดมทรัพยากรและทุนสนับสนุนแบบพึ่งพาตนเองเป็นส่วนสำคัญเช่นนั้นดำเนินต่อเนื่องจนเกิดเสถียรภาพในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาได้ในทางปฏิบัติจนกระทั่งในเวลาต่อมาสามารถระดมทุนจัดสร้างอาคารที่พักสำหรับนักเรียนในโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาเป็นอาคารตึก ๓ ชั้น จำนวนห้องพัก ๙๒ ห้องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ตามที่ระบุในบันทึกความจำที่พระครูสุวรรณวชิรธรรมบอกเล่าต่อลูกศิษย์ในวัดสกุณปักษี ความว่า
      “หลังจากการทำการเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมมาพอสมควร หลวงพ่อก็ได้เล็งเห็นถึงการจัดการเรียนการสอนในด้านที่พักซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งและเนื่องจากในช่วงแรก ๆ ไม่มีที่พักอาศัยที่มั่นคง ดังนั้นหลวงพ่อจึงได้สร้างที่พักเป็นอาคารตึก ๓ ชั้นจำนวน ๙๒ ห้องให้เป็นที่พักสำหรับนักเรียนทุกรูปเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๔”
      ข้อมูลเอกสารของผู้บริหารโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาระบุถึงแหล่งงบประมาณสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาของโรงเรียนดังกล่าวในปัจจุบันว่ามาจาก ๓ ส่วนสำคัญได้แก่
      (๑) งบประมาณอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
      (๒) งบประมาณสนับสนุนจากรายได้ของวัดสกุณปักษี และ
      (๓) งบประมาณจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนการจัดการศึกษาของวัด
      ในปัจจุบันการดำเนินงานของโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาประยุกต์ใช้แนวทางการบริหารองค์กรแบบรูปนัยทำนองเดียวกับที่ใช้ในการจัดการศึกษาแบบทางการของโรงเรียนต่าง ๆ โดยทั่วไปในการจัดการศึกษาแบบทางการดังกล่าวมีการกำหนดหรือจัดตั้งคณะกรรมการบริหารโรงเรียน, การกำหนดผังตารางสอนและเวลาเรียนตามโครงการสร้างหลักสูตรที่กำหนดอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงศึกษาธิการ
การบริหารโรงเรียนในรูป “คณะกรรมการบริหารโรงเรียน” มีเจ้าอาวาสเป็นผู้รับใบอนุญาตดำเนินการโรงเรียน และมีอาจารย์ใหญ่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารภายในโรงเรียนซึ่งจำแนกตำแหน่งหน้าที่ออกเป็น “หัวหน้ากลุ่มสาระวิชา” ต่าง ๆ โดยมีบุคลากรฝ่ายธุรการทำหน้าที่ประสานงานสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
      การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาในโรงเรียนโพธิสังวรวิทยาได้รับการจำแนกออกเป็น “ช่วงชั้นที่ ๓” (มัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓) และ “ช่วงชั้นที่ ๔” (มัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖) เอกสารของโรงเรียนระบุว่าการจัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นที่ ๓ กำหนดให้เป็นการศึกษารายปี ขณะที่การจัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นปีที่ ๔ กำหนดเป็นการศึกษารายภาคโดยให้มีเวลาเรียนภาคเรียนละ ๒๐ สัปดาห์หรือปีละ ๔๐ สัปดาห์ ทั้งนี้ในแต่ละสัปดาห์ให้ใช้เวลาเรียน ๕ วัน ๆ ละ ๖-๗ ชั่วโมง
      เนื้อหาวิชาที่มีการเรียนการสอนจำแนกตามโครงสร้างหลักสูตรของทางราชการเป็น ๘ กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ (๑) ภาษาไทย (๒) คณิตศาสตร์ (๓) วิทยาศาสตร์ (๔) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (๕) สุขศึกษาและพลศึกษา (๖) ศิลปะ (๗) การงานอาชีพและเทคโนโลยี และ (๘) ภาษาต่างประเทศ
      อย่างไรก็ตามเนื่องจากการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาเป็นการจัดการศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณร ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนดังกล่าวจึงยังมีการศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรคณะสงฆ์เป็นองค์ประกอบสำคัญควบคู่กับการศึกษาเล่าเรียนด้านวิชาสามัญศึกษาด้วย
      โรงเรียนโพธิสังวรวิทยาได้จัดเวลาเปิดทำการสอนเป็นภาคเช้า (ตั้งแต่ ๐๙.๐๐ น.) และภาคบ่าย (๑๓.๐๐-๑๙.๒๐ น.)โดยจัดให้การศึกษาภาคเช้าเป็นการศึกษาของคณะสงฆ์ (บาลีไวยากรณ์-ป.ธ.๕) และการศึกษาภาคบ่ายเป็นการเรียนการสอนแผนกสามัญศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลายตามที่แจกแจงในตารางการศึกษาข้างต้น

7 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ15 กรกฎาคม, 2549 22:52

    ผ่านไป หลายฝน ปนหนาว
    พวกผู้บ่าว แวะไป ใฝ่หา
    1 ปี, 2 ปี, 3 ปี, 4 ปี ผ่านมา
    พร้อมวิทยายุทธ์ สู่กาย กลับคืน

    ป่านนี้ พิกุล คงร่วงหล่น
    ไม่มีคน คอยเก็บ คอยคุย
    คงปล่อยให้ เปลี่ยนไป เป็นปุ๋ย
    ที่รอขุดคุ้ย ขึ้นมา โชยชม

    คิดถึง สกุณปักษี ที่รัก
    ให้ข้าประจักษ์ ศึกษา ความรู้
    ลูกศิษย์ ขอบคุณ ท่านคุณครู
    ชีวิตนี้ ข้าอยู่ ขอไม่ลืม.......

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ24 มกราคม, 2552 16:03

    สวัสดีครับ

    ผม ภาณุพงศ์ อู่แสนขันธ์ ชื่อเล่น ตั้ม ครับ เป็นศิษย์เก่า ร.ร.แห่งนี้ ผมเรียนรุ่นเดียวกับ เจริญ สาธิตย์ ศราวุธ ปริญญา นรา สมใจ แล้วก็อีกหลายคน แต่จำไม่ได้ว่าผมจบรุ่นไหน

    พอจบม.3 ผมก็กลับมาต่อม.ปลายที่พิษณุโลกเลย แล้วก็มีโอกาสได้กลับไปแค่ครั้งเดียว แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย ทราบข่าวจาก อ.เกื้อ ว่า ร.ร. ยุบแล้ว ใจหายเหมือนกัน ผมคิดถึงเพื่อนๆรุ่นเดียวกันมากๆ พยายาม search หาเว็บเผื่อจะเจอบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ดีมีสุขกันหรือเปล่า ถ้านับเวลาที่จากลากันก็เป็นสิบปีแล้ว ใจหายเหมือนกันครับ

    ไงฝาก blog นี้บอกเพื่อนๆที่เรียนจบจากที่นี่ด้วยว่า ผมยังคิดถึงเสมอ ให้เพื่อนๆติดต่อมาได้ครับที่นี่

    being_lonely_2003@hotmail.com

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน, 2552 09:36

    เจริญ ลง เจริญลง เถอะ เจ้าอาวาสกินเล็กกินน้อย กินแม้แต่ของที่เค้าเอามาบริจาคให้โรงเรียนแล้วให้แม่ครูส่วนตัวนำไปขาย
    งบอาหารกลางวันที่ได้มาก็ไปไหนก็ไม่รู้ ให้เด็กกินแต่แกงที่บิณฑบาตรได้นำมาใส่รวม ๆ กัน (แกงสำรวม)เห็นแล้วทุเรศลูกตามาก ๆ

    ตอบลบ
  4. แจ๊ค อภิเชษฐ ขันดี11 มกราคม, 2553 10:35

    ว่าไงเพื่อนเก่า จากไป 4 ปีก็ยังไม่ลืมเลย มันยากนะที่จะลืมสิ่งที่ผูกพันมากๆ ผมก็เป็นสิษย์เก่าที่นี่แหละ รุ่นผมก็มี สุธาคร ปริวรรต ศราวุต ชำนาญ ตั้ม แล้วอีกหลายคนผมก็ลืมไปเยอะ ส่วนผมนั้นก็อยากมีโอกาสกลับไปเยี่ยมวัดสกุณฯสักหลายๆครั้งอยู่ ผมก็ได้ยืนเหมือกันว่าโรงเรียนจะ ยุบ จัยหายนะ แต่ก็เห็นหลวงพ่อดูออกจะสบายดีก็หายห่วงครับ ตอนนั้น ผมได้ยินว่าท่านป่วยอยากจะไปเยี่ยมท่านมาก แต่ผมติดสอบจึงไปไม่ได้ ยังไงก็อยากเจอเพื่อนเก่าๆมากครับ หากใครไม่ลืมแล้ว search เจอเว็บนี้ก้อย่าลืมมาโพสนะครับ :ซับเจ๊ค 2548

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ25 กรกฎาคม, 2553 10:41

    ผมตั้มครัฟ

    จบป.6ที่นี้

    รุ่น2546

    ยังไงก็addมาที่เมลนี้ได้นะครัฟเพื่อนเก่าๆๆๆ
    tam3_123@hotmail.com

    ตอบลบ
  6. สะไตล์ สะตอ30 ตุลาคม, 2553 18:03

    คอมเม้นต์ที่ 3 พูดแบบนี้มันไม่ถูกนะครับ วัดสกุณฯมีกิจกรรม ภารกิจหลายๆด้าน ปี43 จำได้ว่าค่าใช้จ่ายภายในวัดเดือนหนึ่งเกือบสองแสน เด็กๆมันจะเป็นอย่างนั้นไปบ้างก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะวิจารย์อย่างนี้ ในฐานะเคยห่มผ้ากาสาวพัสด์โปรดอย่างลืมพระพุทธพจน์(คำตรัสของพระพุทธเจ้า)ที่ว่า " นิมิตฺตํ สาธุ รูปานํ กตญฺญู กตเวทิตา ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี " ทำไมไม่มองด้านดีที่วัดนี้ทำให้เราจบมาได้ละ เพื่อนๆที่ยังรักและศรัทธาต่อรร.แห่งนี้ก็มีอยู่อีกมาก

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ31 ตุลาคม, 2553 01:34

    บางเรื่องเราไม่ใส่ใจไม่รู้ว่าเท็จจริงยังไง เราได้อยู่ ได้เรียน ได้ทำหน้าที่ของเรา ได้มีครูอาจารย์ มีเพื่อนดีๆ และจบมาได้อย่างนี้ ผมก็ดีใจแล้วครับ

    ตอบลบ